และแล้ววันเวลาที่เจ้าชายเซรีมรอคอยก็เดินทางมาถึง เมื่อเจ้าชายฮัสซันที่ฟื้นขึ้นมาและใช้เวลาพักฟื้นอยู่ในโรงพยาบาลหลวงเงียบๆ โดยไม่มีใครรู้เลยนอกจากเขาและพี่ชาย สุขภาพแข็งแรงจนสามารถออกจากโรงพยาบาลได้ชั่วคราว
องค์รัชทายาทจามีลขอร้องให้บิดาเปิดท้องพระโรงกะทันหันเพื่อสอบสวนเรื่องการลอบวางยาพิษเจ้าชายฮัสซันเป็นครั้งที่สี่ แม้องค์สุลต่านผู้เป็นบิดาจะไม่เห็นด้วยนัก แต่ก็ไม่อยากจะขัดใจลูกชายคนโตที่กำลังจะก้าวขึ้นปกครองนครซาเรียต่อจากตน
ดังนั้นอำมาตย์และข้าราชบริพารทุกคนจึงถูกเรียกเข้ามาในท้องพระโรงทั้งหมด
“นี่เจ้ายังไม่ละความพยายามอีกหรือเซรีม”
ผู้เป็นบิดาเอ่ยถามบุตรชายคนรองที่เพิ่งถูกนำตัวออกมาจากคุกหลวงด้วยความเบื่อหน่าย
“หม่อมฉันมีหลักฐานสำคัญที่จะยืนยันความบริสุทธิ์ของจัสมินพ่ะย่ะค่ะ เสด็จพ่อ”
“หลักฐานอะไรอีกล่ะ ถ้าเป็นเหมือนครั้งที่แล้ว พ่อไม่เอาด้วยแล้วนะ”
เจ้าชายเซรีมหันไปสบตากับพี่ชายของตัวเอง ก่อนจะที่ผู้เป็นพี่ชายจะหันไปสั่งทหาร
“เชิญเสด็จเจ้าชายฮัสซันเข้ามาในท้องพระโรง”
“พ่ะย่ะค่ะ องค์รัชทายาท”
คำพูดของลูกชายคนโตทำให้องค์สุลต่านถึงกับเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ
“นี่เจ้าชายฮัสซันฟื้นแล้วหรือ จามีล”
“ใช่พ่ะย่ะค่ะ เสด็จพ่อ”
องค์รัชทายาทจามีลเอ่ยตอบบิดา ก่อนจะตวัดตามองไปยังใบหน้าซีดเผือดของอำมาตย์ฮานีฟ
“ทำไมหน้าท่านถึงได้มีแต่เหงื่อล่ะ ท่านอำมาตย์ฮานีฟ”
“เอ่อ กระหม่อม… ร้อนพ่ะย่ะค่ะองค์รัชทายาท”
“ท่านอาจจะร้อนมากกว่านี้ก็ได้ หากได้ยินคำพูดของเจ้าชายฮัสซัน” เจ้าชายเซรีมเค้นเสียงดุดันลอดไรฟันออกมา ก่อนจะระบายยิ้มออกมาด้วยความดีใจ เมื่อเห็นหน้าของฮัสซันเป็นครั้งแรกหลังจากที่เด็กน้อยเข้าโรงพยาบาล
“ถวายบังคมองค์สุลต่าน องค์รัชทายาท เจ้าชายเซรีม”
“เจ้าแข็งแรงดีแล้วหรือ เจ้าชายฮัสซัน” องค์สุลต่านเอ่ยถามด้วยความห่วงใย
“ผมแข็งแรงดีแล้วครับองค์สุลต่าน”
“เราประหลาดใจมากเลยนะที่เจ้าฟื้นขึ้นมา”
เด็กน้อยอมยิ้มไร้เดียงสา ขณะที่เจ้าชายเซรีมเดินมาหยุดใกล้ๆ และคุกเข่าตรงหน้า
“เราเป็นห่วงเจ้ามากนะ ฮัสซัน”
เจ้าชายฮัสซันระบายยิ้มกว้าง ก่อนจะสวมกอดเจ้าชายเซรีม “ผมก็คิดถึงเจ้าชายครับ เอ่อ… แล้ว…” เด็กน้อยหันรีหันขวางไปมามองรอบๆ ตัว “น้ามะลิไม่ได้อยู่ในนี้ด้วยเหรอครับ”
สีหน้าของเจ้าชายเซรีมเคร่งเครียดขึ้น ก่อนจะฝืนยิ้ม “เจ้าจะได้พบน้ามะลิในไม่ช้า ฮัสซัน”
“แต่ผมคิดถึงน้ามะลินี่ครับ ตั้งแต่ผมฟื้นขึ้นมา นี่ก็หลายสิบวันแล้ว ยังไม่ได้เห็นน้ามะลิมาเยี่ยมผมเลย หรือว่าน้ามะลิไม่รักผมแล้วครับเจ้าชาย” น้ำตาของเด็กน้อยไหลรินออกมา
เจ้าชายเซรีมยกนิ้วเกลี่ยหยาดน้ำตาให้ “น้ามะลิรักเจ้าเสมอนะฮัสซัน เชื่อเรานะ”
“ครับเจ้าชาย” เด็กน้อยตอบรับอย่างว่านอนสอนง่าย
“ดีมาก เจ้าชายน้อยของเรา…” มือใหญ่ของเจ้าชายเซรีมถูกยกขึ้นลูบศีรษะทุยของฮัสซันด้วยความเอ็นดู “และถ้าเจ้าอยากพบน้ามะลิเร็วๆ เจ้าก็ต้องเล่าเหตุการณ์ในทะเลทรายวันนั้นให้กับองค์สุลต่านฟัง เจ้าพอจะจำได้ไหม ฮัสซัน”
เด็กน้อยพยักหน้ารับ “ผมจำได้ครับ เจ้าชาย”
เจ้าชายเซรีมยิ้มออกมาด้วยความดีใจ “ดี งั้นเจ้าก็เล่าให้องค์สุลต่าน และทุกคนที่นี่ฟัง ว่าเรื่องราวมันคืออะไร”
“พูดความจริงกับเรานะ เจ้าชายฮัสซัน” องค์สุลต่านเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจ
“ครับ องค์สุลต่าน”
แล้วเด็กน้อยก็เริ่มต้นเล่าเรื่องทุกอย่างออกมาทั้งหมด จึงทำให้ทุกคนในท้องพระโรงรู้ว่าแท้จริงแล้ว มะลิถูกใส่ร้ายป้ายสี ส่วนคนร้ายตัวจริงก็คือ นัสรินลูกสาวของอำมาตย์ฮานีฟนั่นเอง
“ท่านมีอะไรจะพูดไหม ท่านอำมาตย์ฮานีฟ!” องค์สุลต่านเค้นเสียงเรียกชื่ออำมาตย์คนสนิทเสียงดังลั่น และมองด้วยความผิดหวังเป็นที่สุด
“กระหม่อม… ไม่รู้เรื่องนี้เลยพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อม… สมควรตาย”
“ทหาร ไปลากคอนังนัสรินมาเดี๋ยวนี้!”
องค์สุลต่านกัดฟันแน่น ก่อนจะสั่งให้ทหารหลวงไปคุมตัวนัสรินจากบ้านพักมายังท้องพระโรงโดยเร็วที่สุด
“คุณหนู… แย่แล้วค่ะ” สาวใช้รีบวิ่งหน้าตาตื่นมาหา
นัสรินที่กำลังจิบชาอยู่หันไปตวาดลั่นด้วยความโมโห “แหกปากทำไมนักหนา ไม่เห็นเหรอว่าฉันทำอะไรอยู่”
สาวใช้คลานมาคุกเข่าเข้ามา “ตอนนี้เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ คุณหนู”
“เรื่องอะไร”
“มีข่าวจากในวังหลวงว่า…”
“ว่าอะไรก็พูดๆ มาสิ นังนี่นี่!”
“คือว่า… องค์สุลต่านสั่งให้ทหารหลวงมาคุมตัวคุณหนูไปที่ท้องพระโรงเจ้าค่ะ”
“ฮะ?!” ความรื่นเริงบนใบหน้ากระเด็นหวือหายไปในพริบตา ตอนนี้มีแต่ความตื่นตกใจ และหวาดกลัว “แก… พูดอะไร ใครจะมาจับตัวฉัน”
“ทหารหลวงเจ้าค่ะ กำลังจะมาจับตัวคุณหนู”
นัสรินผุดลุกขึ้นยืน ส่ายหน้าไปมา ไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่ได้ยิน “พวกมันจะมาจับตัวฉันทำไม ฉันไม่ได้ทำอะไรผิด แกหูฝาดหรือไม่ก็ฟังผิดไปแล้วละ”
“ตะ แต่… มันคือเรื่องจริงนะเจ้าคะคุณหนู… นั่นไงเจ้าคะ ทหารหลวงมากันแล้ว” สาวใช้ตัวสั่นเทา
นัสรินมองไปที่หน้าบ้านก็ต้องหน้าซีดเผือด เมื่อเห็นทหารหลวงมาหยุดที่บันไดเรือนพักจริงๆ
“พวกเจ้า… มาทำอะไรที่เรือนของข้า” นัสรินตะโกนถามออกไปทั้งโมโห ทั้งหวาดกลัว แต่ก็ยังไม่ปักใจเชื่อสาวใช้นักว่าทหารพวกนี้จะมาจับตนเอง
“พวกข้าได้รับคำสั่งจากองค์สุลต่านให้มานำตัวแม่นางนัสรินไปยังท้องพระโรง”
คราวนี้หูของนัสรินดับไปเลยทันที ปากอิ่มสั่นระริก “องค์สุลต่านต้องการให้ฉันไปเข้าเฝ้าด้วยเรื่อง… เรื่องอะไร”
“แม่นางนัสรินไปถึงก็รู้เองนั่นแหละ เชิญลงมาจากเรือนเถอะ”
“ไม่…”
“งั้นพวกข้าก็คงต้องเสียมารยาท”
ทหารหลวงบุกขึ้นมาบนบ้าน นัสรินกรีดร้องโวยวายให้คนของตัวเองช่วย แต่ไม่มีใครกล้าเข้ามาช่วยสักคน เพราะทุกคนรู้ดีว่าทหารหลวงเป็นคนขององค์สุลต่าน ผู้ที่มีอำนาจมากที่สุดในนครซาเรีย
“นี่ปล่อยฉันนะ ไอ้พวกบ้า… ปล่อยฉันสิ!”
หล่อนถูกฉุดกระชากลากถูไปตามทางเดิน ไม่ว่าจะร้อง จะดิ้นรนแค่ไหน แต่สุดท้ายแล้วก็ไม่มีทางรอด
“แม่นางนัสรินมาแล้วพ่ะย่ะค่ะ” จบสิ้นเสียงองครักษ์ ร่างอรชรของนัสรินก็ถูกผลักเข้ามาล้มอยู่กลางทางเดินของท้องพระโรง แทบเท้าเจ้าชายเซรีม
นัสรินหน้าซีดเผือดเมื่อเงยหน้าขึ้นมาแล้วพบเจ้าชายฮัสซันอยู่ในท้องพระโรงด้วย ความหวาดกลัวเข้าขั้นวิกฤต หล่อนมองไปยังบิดาที่นั่งก้มหน้ากับพื้นตัวสั่นเทาอย่างขอความช่วยเหลือ แต่บิดาทำได้แค่เพียงมองหล่อนและส่ายหน้าไปมาเท่านั้น
“หม่อมฉัน… ไม่รู้เรื่องอะไรเลยเพคะ นัง… นังฮุสนากับพี่ชายของมันทำเองทุกอย่าง ได้โปรด… อย่าลงโทษหม่อมฉันเลยเพคะองค์สุลต่าน” หล่อนโพล่งออกไปด้วยน้ำเสียงสั่นเทา น้ำตาไหลพราก
“เรายังไม่ได้ถามอะไรเจ้าเลยสักนิด นัสริน” องค์สุลต่านพูดออกมาด้วยน้ำเสียงดุดัน
“หม่อมฉัน…”
“สารภาพความจริงออกมาให้หมด”
“หม่อมฉัน… ไม่… ไม่เกี่ยวข้องเพคะ… ท่านพ่อ… ช่วยฉันด้วย ท่านพ่อ…” หล่อนหันไปวิงวอนบิดา แต่ก็ถูกเจ้าชายเซรีมแย้งขึ้นด้วยความเดือดดาล
“ไม่มีใครช่วยเจ้าได้อีกแล้วนัสริน เจ้ามาเป็นหญิงใจคอโหดร้าย วางแผนฆ่าได้แม้กระทั่งเด็กอย่างเจ้าชายฮัสซัน แถมยังโยนความผิดให้กับเมียของเราอีกด้วย!”
“หม่อมฉันไม่ได้ทำเพคะ”
“เจ้าชายฮัสซันบอกความจริงทุกอย่างแล้ว เจ้าไม่มีทางหนีความผิดที่เจ้าก่อพ้นหรอก นัสริน” องค์สุลต่านเค้นเสียงคำราม “เราผิดหวังในตัวของเจ้านัก”
“องค์สุลต่านเพคะ… หม่อมฉันไม่ได้…”
“หุบปากได้แล้ว” องค์สุลต่านตวัดลั่น ก่อนจะหันไปสั่งทหาร “ลากตัวนางไปขังที่คุกหลวง รอการประหาร!”
“ไม่นะเพคะ… องค์สุลต่านเพคะ โปรดเมตตาหม่อมฉันด้วย อย่า… อย่าประหารหม่อมฉันเลยเพคะ” นัสรินร้องไห้ออกมาอย่างหวาดกลัว และเมื่อเห็นองค์สุลต่านส่ายหน้าปฏิเสธ ก็คลานไปซบหน้ากับฝ่าเท้าของเจ้าชายเซรีม และวิงวอน “เจ้าชายเซรีมเพคะ… ได้โปรดช่วยหม่อมฉันด้วยเพคะ… หม่อมฉันยังไม่อยากตาย… ช่วยหม่อมฉันด้วยเพะคะ”
MANGA DISCUSSION