ยังมีอะไรต้องคุยกันอีกเหรอ…?
มะลิขยับลุกกายลุกขึ้นนั่ง เมื่อเจ้าชายหนุ่มถอดถอนความเป็นชายออกไปจากกายสาวเรียบร้อยแล้ว แม้จะเจ็บปวดขณะขยับตัวไม่น้อยก็ตาม
“หม่อมฉัน… ไม่มีอะไรจะคุยกับเจ้าชายเพคะ”
เขาผุดลุกขึ้นนั่งตาม และจ้องมองหล่อนด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจ
“แม้แต่เรื่องพรหมจรรย์ของเธออย่างนั้นหรือ”
หล่อนอับอาย เมื่อเขาหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาเป็นหัวข้อสนทนา แต่ก็ต้องจำใจปฏิเสธ
“หม่อมฉัน… ไม่ใช่สาวพรหมจรรย์หรอกเพคะ”
“ยังมีหน้ามาโกหกฉันอีกหรือ จัสมิน”
“หม่อมฉันไม่ได้…”
หล่อนยังแก้ตัวไม่ทันจบ เขาก็แทรกขึ้นเสียงกระด้าง บอกให้รู้ว่าเดือดดาลแค่ไหน
“ฉันไม่โง่ขนาดไม่รู้ว่านอนกับผู้หญิงพรหมจรรย์หรอกนะ”
“พระองค์… อาจจะเข้าใจ… ผิดก็ได้นะเพคะ” หล่อนเสหลบสายตาคมกริบของเขาลงมองผ้าปูเตียง
“หึ ยังจะปากแข็งอีกนะ”
“ว้ายยย”
หล่อนกรีดร้องเมื่อจู่ๆ เขาก็กระชากผ้าห่มที่หล่อนเอาคลุมกายไว้ทิ้งไปข้างเตียง จากนั้นก็จ้องมองรอยหยดเลือดพรหมจรรย์ของหล่อนที่ผ้าปูเตียง
“เลือดนั่นคงไม่ใช่ของฉันหรอก จริงไหม”
“เอ่อ…”
“เลิกเอาสีข้างไถดินได้แล้ว พูดความจริงมาว่าทำไมต้องโกหกว่าเป็นเมียเก็บของน้าคาริส”
หล่อนเม้มปากแน่น น้ำตาแห่งความน้อยใจไหลทะลักออกมา และก็มองเขาอย่างตัดพ้อ
“ก็เพราะหม่อมฉันไม่อยากขัดพระประสงค์ของพระองค์ยังไงล่ะ เพคะ”
“เธอหมายถึงอะไร”
“ก็เมื่อในสายพระเนตรของพระองค์มองว่าหม่อมฉันเป็นเมียเก็บของนายท่าน หม่อนฉันก็ไม่รู้ว่าจะปฏิเสธไปทำไมนี่เพคะ”
เซรีมจ้องมองดวงหน้าหวานของแม่ภรรยาหมาดๆ ของตัวเองด้วยความหมั่นไส้เป็นที่สุด เพราะเจ้าหล่อนทำให้เขาหึงหวงน้าชายของตัวเองมาตลอดหลายสิบวันที่ผ่านมา
“เธอก็เลยหลอกลวงฉัน”
“หม่อมฉันไม่ได้หลอกลวงนะเพคะ”
“แต่เธอทำให้ฉันเข้าใจผิด คิดว่าเธอเป็นเมียเก็บของน้าคาริส”
หล่อนเชิดหน้ามองเขาอย่างน้อยใจ ใช้คำราชาศัพท์มั่วไปหมดเพราะโมโห
“แล้วพระองค์จะต้องมาทรงพระโวยวายทำไมล่ะเพคะ ในเมื่อหม่อมฉันจะเป็นเมียเก็บของนายท่านหรือไม่ มันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับพระองค์เลย”
“เกี่ยวสิ เพราะถ้าฉันรู้ว่าเธอเป็นสาวพรหมจรรย์ ฉันก็คงจะระมัดระวังมากกว่านี้ และเธอคงไม่เจ็บขนาดนั้นหรอก”
หล่อนจำต้องเสหลบสายตาของเขา เมื่อสิ่งที่เขาตะโกนใส่หน้ามามันคือเรื่องจริง
“มันผ่านมาแล้วเพคะ… ช่างมันเถอะ”
“แต่ฉันไม่เคยทำให้ผู้หญิงเจ็บมาก่อนเลย เธอเป็นคนแรก และฉันก็ไม่ชอบมันเลย”
“ก็ไอ้นั่นของพระองค์ใหญ่โตเกินมนุษย์นี่เพคะ” หล่อนโพล่งออกไป ก่อนจะหน้าแดงก่ำ
“ถึงฉันจะใหญ่โตเกินไปสักหน่อย แต่ฉันก็มีวิธีทำให้ผู้หญิงไม่เจ็บ หรือเจ็บน้อยที่สุด และไม่ใช่อย่างที่ทำกับเธอ”
กระบอกตาของหล่อนร้อนผ่าวด้วยความทรมาน ลำคอก็ตีบตันร้าวราน
“งั้นพระองค์ก็ลืมมันไปสิเพคะ ก็แค่เซ็กซ์กับผู้หญิงที่พระองค์ไม่เคยโปรดปราน…”
หล่อนกัดฟัน ขยับตัวจะหนีลงจากเตียง แต่มือใหญ่ยื่นมาคว้าแขนเรียวเอาไว้
“ปล่อยหม่อมฉันนะเพคะ”
“เธอจะไปไหนล่ะ”
“หม่อมฉันจะกลับตำหนักเพคะ” หล่อนพยายามดิ้นรน แต่เขาไม่ยอมปล่อย และสุดท้ายก็ทาบทับลงมาหาอีกครั้งทั้งตัว
“ปล่อยเพคะ… อย่ามาแตะต้องหม่อมฉัน…”
“เห็นทีจะไม่ได้หรอก เพราะตอนนี้ฉันรู้สึกโปรดปรานเธอขึ้นมาเสียแล้วสิ จัสมิน…” รอยยิ้มบนใบหน้าของเจ้าชายหนุ่มเต็มไปด้วยความหื่นกระหาย
“เธอทำให้ฉันพอใจมาก รู้ไหม…”
เซรีมไม่อาจจะโกหกตัวเองได้ว่าไม่พึงพอใจกับความบริสุทธิ์ไร้เดียงสาของแม่พระสนมตัวแสนหวาน ชายคนแรกของหล่อนคือเขา และมันก็ทำให้หัวใจหนุ่มเบิกบานเหลือเกิน
ต่อจากนี้ไป เขาก็คงไม่ต้องมานั่งคิดอิจฉาริษยาน้าชายของตัวเองอีกแล้วสินะ…
“ปล่อยนะเพคะ…”
หล่อนผลักไสเขาด้วยความน้อยใจแน่นอก เพราะก่อนหน้านี้เขาแสดงท่าทางเย็นชา แถมยังประกาศต่อหน้าบิดาของเขาเองว่าเกลียดชังหล่อนมากมาย
“อย่าดื้อสิแม่เมียเนื้อหวานของฉัน… อืมมมม”
“หม่อมฉัน… ไม่ใช่เมียของพระองค์เพะคะ… อื้อ… ปล่อยสิเพคะ… ปล่อยหม่อมฉัน… อื้อ… อุ๊บบบ”
แล้วปากอิ่มที่พยายามต่อต้านก็ถูกประกบนาบอย่างรุนแรง เขาบดขยี้บี้คลึงเรียวปากหวานอย่างดุดัน ประกาศให้หล่อนรู้สถานะของตัวเองว่าเป็นแค่ทาสสวาทเพียงนั้น
รสจูบกำซ่านจากเจ้าชายทะเลทรายรูปงามมีอำนาจเหนือสมองของหล่อนเหมือนเช่นทุกครั้ง เพราะหลังจากถูกเขาสอดแทรกลิ้นสากเข้ามาภายในอุ้งปากสาว หล่อนก็ครวญคราง และเผยอปากจูบตอบด้วยความเร่าร้อนทัดเทียมกัน
“อืมมมม”
คนตัวโตครางกระหึ่มลำคอ จูบจนสาแก่ใจแล้วนั่นแหละจึงถอนปากออก จ้องลึกเข้ามาในดวงตากลมโตของหล่อน
“ฉันต้องการมันอีก… ต้องการเข้าไปในตัวของเธออีกครั้ง จัสมิน”
เจ้าชายทะเลทรายครางเสียงแหบกระเส่า ดวงตาเต็มไปด้วยไฟสวาทแผดเผา
“ไม่นะ… เพคะ… อื้อ…”
“ฉันคงต้องขัดใจเธอแล้วละ เพราะฉันยังไม่อิ่มในรสสวาทแสนหวานของเธอเลย”
มะลิหน้าร้อนจัด แต่ไม่ใช่แค่ที่หน้าหรอกที่ร้อนระอุ เพราะทั้งเนื้อทั้งตัวของหล่อนก็ร้อนฉ่าราวกับถูกสุมด้วยเพลิงบรรลัยกัลป์ไม่ต่างกัน หล่อนพยายามผลักเมื่อเขาพลิกตัวขึ้นมาทาบทับ แต่การดิ้นรนของหล่อนกลับไม่สามารถหยุดยั้งการสอดประสานของเขาได้เลย ในที่สุดความเป็นชายก็ดันลึกเข้ามาจนมิดด้าม
“อ๊ะ… อื้อ…”
“โอ้ว… แน่นมาก… จัสมิน… เธอฟิตดีเหลือเกิน”
เจ้าชายหนุ่มที่เคยบอกว่าเกลียดชังและขยะแขยงหล่อนนักหนา ตอนนี้กำลังครวญครางหน้าตาบิดเบี้ยวอยู่เหนือร่างสาว มือเล็กยกขึ้นผลักไสแผงอกกว้างกำยำแรงๆ
“ออก… ไปนะเพคะ… อื้อ…”
แรงต่อต้านของหล่อนลดน้อยถอยลงทุกขณะ เมื่อความแข็งชันที่ฝากฝังลงมาในกายสาวเบ่งขยายขนาด โตเอาโตเอาจนคับแน่นร่องสวาทไปหมด
“อื้อ… อ๊า…”
“โอ้ว… จัสมิน… โอ้ว… เธอดูดแรงมาก… อืมมม โอ้ว…”
เซรีมไม่เคยเจอะเจอความเสียวกระสันแบบนี้มาก่อนเลย ไม่ใช่เขาไม่เคยมีเซ็กซ์มาก่อน แต่เขาไม่เคยเจอะเจอเซ็กซ์ของผู้หญิงคนไหนที่ร้อนแรงและหวานฉ่ำเท่ากับมะลิมาก่อน เขาต้องการหล่อนจนแทบบ้า ต้องการครั้งแล้วครั้งเล่าไม่รู้จักอิ่มเอม
“ฉัน… ฉันต้องขยับแล้ว… โอ้ว…”
“ไม่นะเพคะ… อื้อ… อย่า… เจ้าชาย… อ๊า…”
เขาไม่สนใจการขัดขืนอ่อนแรงของหล่อนอีกเช่นเคย เมื่อเขาก้มหน้าหล่อเหลาลงมาหา ขยี้ปากอิ่มอย่างรุนแรง ล้วงลิ้นเข้ามาตวัดรัดรึงภายในด้วยความหื่นกระหาย ในขณะที่ฝ่ามือลูบไล้ไปทั่วกายสาวเปลือยเปล่าอย่างถือสิทธิ์
“อื้อ… อ๊า…”
เขาจูบปากหล่อนจนสาแก่ใจแล้วก็ก้มหน้าซุกไซ้ลงมายังซอกคอระหง ดูดเม้มทิ้งรอยสวาทเอาไว้มากมาย ลิ้นสากเลียไปหยุด เลียลงไปเรื่อยๆ จนกระทั่งมาหยุดที่เต้านมอวบอัด
“ฉันชอบหน้าอกของเธอ… สวยมาก… น่าดูด…”
“อื้อ… อ๊า… อย่า… อย่าบี้แบบนี้เพคะ… อา…”
หล่อนร้อนฉ่าร้องลั่น เมื่อนิ้วยาวขยี้ยอดถันหนักหน่วงจนมันบวมเป่งชูชัน
“ชอบไหม… อืมมมม”
เขาขยี้ยอดถันไป ก็ครางใส่เต้านมของหล่อนไป ก่อนจะเปลี่ยนจากการบี้คลึงยอดทรวงเป็นการอ้าปากกว้างแล้วรวบเม็ดเต่งตึงสีสวยเข้าไปในโรมรันในปากแทน
หล่อนกรีดร้องด้วยความเสียวกระสัน ร่างกายสั่นระริกกับลีลาการตวัดลิ้นเลียของเซรีม
“อ๊า… อ๊า… เจ้าชาย… อา… อา…”
เขาดูดทึ้งยอดทรวงของหล่อนอย่างเผ็ดร้อน ทุกการโลมเลียเต็มไปด้วยความหื่นกระหาย หล่อนกดทึ้งศีรษะของเขาเอาไว้ด้วยสองมือ และเป็นฝ่ายหยัดสะโพกเปลือยขึ้นหาความแข็งชันของเขาด้วยตัวเอง
“อา… ได้โปรด… เจ้าชายเพคะ… ขยับ… อา…”
เซรีมคลายยอดถันเปียกชุ่มออกจากปาก แต่นิ้วยังไม่ขยับขยี้บี้คลึง เขาหัวเราะด้วยความพึงพอใจ ก่อนจะคำรามออกมาด้วยความน้ำเสียงแหบกระเส่าเต็มไปด้วยอารมณ์ทางเพศ
“ให้ฉันเสพสุขกับร่างกายของเธอทั้งคืนนะ จัสมิน… อืมมมม”
MANGA DISCUSSION