เซรีมมีสีหน้าเคร่งเครียดจัดเมื่ออยู่ต่อหน้าบิดาผู้เป็นสุลต่านปกครองซาเรียตามลำพังในท้องพระโรง
“เมื่อวันก่อนเจ้าบอกพ่อว่า ผู้หญิงไทยนามว่ามะลิจะอยู่ที่นี่ในฐานะผู้หญิงของเจ้าจนกว่าฮัสซันจะคุ้นชินกับซาเรียนี่นา แล้วทำไมวันนี้เจ้าถึงมาบอกให้พ่อขับไล่นางออกไปล่ะ เจ้าชายเซรีม”
เขาไม่รู้จะเริ่มต้นพูดยังไงดีกับสิ่งที่กำลังก่อกวนอยู่ในสมองของตัวเองยามนี้ จะทำยังไงให้บิดาเข้าใจว่า เขาไม่อาจจะอดทนให้มะลิอยู่ในซาเรียต่ออีกแม้แต่เพียงวันเดียวก็ตาม เพราะถ้าหล่อนยังอยู่ ยังวนเวียนอยู่ใกล้ๆ ตัวของเขาแบบนี้ เรื่องน่าสะอิดสะเอียนจะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน เพราะไม่มีทางเก็บไม้เก็บมือ และเก็บส่วนที่แข็งแกร่งที่สุดของบุรุษจากร่างสาวอวบอัดนั่นได้
“ลูกคิดว่านางไม่มีประโยชน์กับฮัสซันอีกแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
“แต่พ่อได้ข่าวมาว่าฮัสซันติดนางมาก เพราะนางเลี้ยงฮัสซันมาตั้งแต่เล็ก”
กรามแกร่งของเจ้าชายเซรีมขบกันแน่นจนเป็นสันนูนเป่ง เขาทรมานมากที่จะต้องพูดปดกับบิดา เพื่อรักษาศักดิ์ศรีของบุรุษเพศให้คงเอาไว้ เขาไม่ต้องการแตะต้องผู้หญิงคนนั้น
“ฮัสซันเข้ากันได้ดีกับพี่เลี้ยงที่เสด็จพ่อทรงประทานให้พ่ะย่ะค่ะ ดังนั้น กระหม่อมจึงมีความเห็นว่านางไร้ประโยชน์แล้ว”
“พ่อไม่เคยเห็นเจ้าใจร้ายกับผู้หญิงมาก่อนเลยนะ เจ้าชายเซรีม”
“คือว่าลูก…”
“เจ้าปิดบังอะไรพ่ออยู่หรือเปล่า”
“ไม่มีพ่ะย่ะค่ะ”
เจ้าชายเซรีมซ่อนความโหยหาที่มีต่อเมียเก็บของน้าชายเอาไว้จนลึก และสบประสานสายตากับบิดา
“เสด็จพ่อโปรดทำตามที่ลูกทูลขอด้วยเถอะพ่ะย่ะค่ะ”
องค์สุลต่านอมยิ้ม ก่อนจะระบายลมหายใจออกมาแผ่วเบา
“ถ้าเจ้าต้องการให้พ่อไล่นางคนนั้นออกไปจากซาเรีย พ่อก็จะทำให้ตามที่เจ้าขอ”
“ขอบพระทัยเสด็จพ่อพ่ะย่ะค่ะ”
“ไม่ได้นะเพคะ หม่อมฉันไม่ยอม!”
เสียงแหลมเล็กที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจของมะลิดังขึ้นที่หน้าประตูท้องพระโรง โดยที่สองแขนของหล่อนถูกทหารยามพยายามกระชากรั้งเอาไว้ แต่ดูเหมือนว่าหล่อนจะมีเรี่ยวแรงมากกว่า หล่อนสะบัดแรงๆ สองครั้ง ทหารร่างสูงใหญ่พวกนั้นก็ล้มระเนระนาด ก่อนที่หล่อนจะวิ่งเข้ามาหยุดใกล้ๆ เขา และก็ตรงหน้าขององค์สุลต่าน
“เธอทำบ้าอะไร จัสมิน!”
เจ้าชายเซรีมจ้องหน้ามะลิด้วยความเดือดดาล
“แล้วเจ้าชายล่ะเพคะกำลังทำอะไรอยู่” หล่อนตอกกลับเสียงเกรี้ยวกราดไม่แพ้กัน
“พระองค์กำลังจะขับไล่หม่อมฉันออกไปจากซาเรีย พระองค์ไม่รักษาคำพูด!” มะลิตวาดแว้ดใส่ด้วยความโมโห น้ำหูน้ำตาไหลทะลักออกมา
“เจ้าหรือมะลิ กรองอักษร”
น้ำเสียงขององค์สุลต่านเต็มไปด้วยความเมตตา จนมะลิหันไปมองและทำความเคารพท่าน
“เพคะ หม่อมฉันคือมะลิ กรองอักษร ผู้หญิงที่กำลังจะถูกลูกชายของพระองค์ขับไล่ออกจากซาเรียเพคะ”
“เจ้ากลับออกไปเดี๋ยวนี้นะ จัสมิน!”
เจ้าชายเซรีมเค้นเสียงดุดันออกมา มองหล่อนอย่างโมโหสุดขีด แต่มะลิไม่คิดจะเกรงกลัวอีกแล้ว ตายเป็นตายสิงานนี้
“ในเมื่อเจ้าชายเล่นสกปรกแบบนี้กับหม่อมฉัน งั้นก็เตรียมตัวรับผลกรรมได้เลยเพคะ!”
“ไหนๆ เจ้าเลิกโวยวายก่อนมะลิ แล้วพูดความคับข้องใจของเจ้าให้เราฟัง”
มะลิละสายตาจากใบหน้าของเจ้าชายใจร้ายไปมองหน้าองค์สุลต่านแทน
“หม่อมฉันเป็นคนดูแลเจ้าชายฮัสซันมาตั้งแต่เล็กเพคะ และก่อนที่เจ้าชายคาริสจะสิ้นใจ ก็ทรงยกฮัสซันให้หม่อมฉันดูแลตามกฎหมายไทยเรียบร้อยแล้วเพคะ”
“จริงหรือ ทำไมเราไม่รู้เรื่องนี้มาก่อนเลยล่ะ”
องค์สุลต่านเอ่ยขึ้นด้วยความแปลกใจ ก่อนจะหันไปถามลูกชายของตัวเอง
“เจ้าไม่ได้บอกพ่อเรื่องนี้นะ เจ้าชายเซรีม”
“ลูกคิดว่าไม่จำเป็นพ่ะย่ะค่ะ” เจ้าชายเซรีมกราบทูลบิดาของตัวเอง
“มันจำเป็นมากๆ ต่างหากล่ะเพคะ เจ้าชายเซรีม” หล่อนมองเขาอย่างโมโห
“เอาละ เราขอโทษแทนลูกชายเราด้วยก็แล้วกัน ว่าแต่เจ้าต้องการอะไรจากเราหรือ ถึงได้บุกรุกเข้ามาที่นี่น่ะ”
“ตอนแรกหม่อมฉันก็ต้องการแค่อยู่กับเจ้าชายฮัสซันสักระยะ พอตัดใจได้แล้วก็จะไปเพคะ”
“แล้วตอนนี้ล่ะ เจ้ายังคิดแบบนั้นอยู่อีกไหม”
มะลิชำเลืองมองใบหน้าหล่อจัดของเจ้าชายเซรีมที่ตอนนี้กำลังบูดบึ้งด้วยความอยากเอาชนะ
“ตอนนี้หม่อมฉันต้องการมากกว่านั้นเพคะ”
“เธอออกไปซะ ก่อนที่จะถูกตัดหัว” เจ้าชายเซรีมเอ่ยขึ้นน้ำเสียงเดือดดาล
“ให้นางพูดเถอะ” องค์สุลต่านยกมือขึ้นปรามลูกชาย
“หม่อมฉันต้องการอภิเษกสมรสกับเจ้าชายเซรีมเพคะ”
“เธอพูดบ้าอะไรออกมา!”
เจ้าชายเซรีมช็อก และก็พูดไม่ออกเลยทีเดียว เพราะนึกไม่ถึงว่ามะลิจะกล้าสามหาวต่อหน้าเสด็จพ่อของตัวเองแบบนี้
“หม่อมฉันต้องการหลักประกันว่าเจ้าชายเซรีมจะไม่ใช้วิธีสกปรกขับไล่หม่อมฉันไปจากซาเรียอีกเพคะ”
นี่คือเหตุผลของหล่อน และมันก็คือวิธีเดียวที่จะทำให้หล่อนมีสิทธิ์มีเสียงในราชวังแห่งนี้
“ฝันไปเถอะ ฉันไม่ต้องการแต่งงานกับเธอ!”
ปากของเขาบอกเช่นกัน แต่ร่างกายกับขานรับกับสิ่งที่ได้ยินจากปากอิ่มที่เขาลิ้มลองมาแล้วว่าหวานฉ่ำปานน้ำผึ้งเดือนห้า เขาเกลียดตัวเองที่แข็งชันแบบนี้
มะลิคือนังแม่มด นังปีศาจร้ายที่ร่ายเวทมนต์ใส่เขา จนเขาคลุ้มคลั่งด้วยแรงปรารถนา
“หม่อมฉันไม่สนหรอกเพคะว่าเจ้าชายจะยินดีหรือไม่ยินดี แต่หม่อมฉันต้องการอภิเษกกับเจ้าชาย และก็หวังว่าองค์สุลต่านแห่งซาเรียจะไม่พระทัยแคบเหมือนกับพระราชโอรสนะเพคะ”
“ปากคอเจ้าเราะรายไม่เบานะ” องค์สุลต่านเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม
“หม่อมฉันขอประทานอภัยเพคะ แต่หม่อมฉันกำลังโมโหที่ถูกเจ้าชายเซรีมหักหลังนี่เพคะ ขอองค์สุลต่านโปรดเมตตาหม่อมฉันด้วยนะเพคะ” มะลิน้ำตาไหลรินออกมา ก่อนจะยกหลังมือขึ้นป้ายทิ้ง และพูดต่อด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “หากองค์สุลต่านเป็นหม่อมฉัน แล้วจะต้องถูกจับแยกจากเด็กน้อยผู้เป็นดวงใจของตัวเองแบบหม่อมฉัน พระองค์จะทรงทำใจได้เหรอเพคะ นี่หม่อมฉันก็ไม่ได้คิดจะแย่งชิงเจ้าชายฮัสซันเลย ให้ความร่วมมือกับทางซาเรียเป็นอย่างดี ขอแค่ได้อยู่ใกล้ๆ สักพักเท่านั้นเอง แต่เจ้าชายเซรีมทรงจะขับไล่หม่อมฉันออกไป”
“เอาละ หยุดร้องไห้ได้แล้ว เราเข้าใจเจ้า”
“เสด็จพ่อพ่ะย่ะค่ะ…”
เจ้าชายเซรีมมองหน้าบิดาอย่างวิตกกังวล เกรงว่าท่านจะตอบตกลงกับคำขอน่าสะอิดสะเอียนของมะลิ
“พ่อคิดว่าเจ้าก็อายุอานามสมควรที่จะออกเรือนได้แล้วนะเจ้าชาย เซรีม”
“เสด็จพ่อพ่ะย่ะค่ะ ลูกไม่…”
“แล้วอีกอย่างหนึ่ง ถ้าเจ้าแต่งงานกับนาง ฮัสซันก็จะมีความสุขมาก เพราะฮัสซันผูกพันกับนางมาก”
“แต่ลูกก็กราบทูลแล้วนี่พ่ะย่ะค่ะว่าฮัสซันเข้ากับพี่เลี้ยงได้เป็นอย่างดี”
“ถึงจะเข้ากับพี่เลี้ยงได้ แต่ฮัสซันก็ต้องการให้หม่อมฉันไปกล่อมเข้านอนทุกคืนเพคะ”
“เธอหุบปากเดี๋ยวนี้นะ จัสมิน!”
“ไม่เพคะ หม่อมฉันกำลังกราบทูลองค์สุลต่านในเรื่องที่เป็นความจริง เรื่องที่เจ้าชายพยายามจะปกปิดเอาไว้”
เซรีมแทบอยากจะจับผู้หญิงข้างกายโยนออกไปนอกท้องพระโรงเสียให้รู้แล้วรู้รอด หล่อนช่างกล้ามากที่แบล็กเมลเขาแบบนี้
“ถ้าเป็นจริงอย่างที่เจ้าบอกเรา งั้นเจ้าก็สำคัญกับเจ้าชายฮัสซันเป็นอย่างมาก” องค์สุลต่านพูดขึ้นอย่างเห็นด้วย
“เสด็จพ่อพ่ะย่ะค่ะ ลูกไม่แต่งกับนางนะพ่ะย่ะค่ะ”
“นางก็หน้าตาสะสวยดีนี่”
“แต่ลูกเกลียดนางพ่ะย่ะค่ะ” เขาโกหกออกไปเสียงเคร่งเครียด
เกลียดเหรอ… เขาไม่ได้เกลียดมะลิแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม เขาต้องการหล่อน ต้องการจนน่ากลัว
มะลิเจ็บแปลบในอก แต่ก็จำต้องฝืนยิ้มเอาไว้
เกลียดได้เกลียดไป หล่อนก็จะเกลียดเขาให้ได้เหมือนกัน คอยดูสิ
“ไม่เอาน่าเจ้าชายเซรีม เจ้าเป็นบุรุษนะ บุรุษต้องไม่กล่าววาจาดูถูกสตรี”
“ลูก…”
“พ่อจะไม่บังคับเจ้าหรอกนะ แต่ถ้าเจ้าไม่แต่งงานกับนาง พ่อคิดว่านางคงจะต้องพาเจ้าชายฮัสซันกลับไปยังเมืองไทยเป็นแน่แท้”
“ใช่ เพคะ ถ้าเจ้าชายไม่อภิเษกสมรสกับหม่อมฉัน หม่อมฉันก็จะพาตัวฮัสซันกลับไปเมืองไทย”
“เธอนี่มันหน้าทนที่สุด!”
“เพคะ”
หล่อนระบายยิ้มตอบรับคำกล่าวหาของเจ้าชายรูปงามอย่างหน้าชื่นตาบาน แต่ใครจะรู้ล่ะว่าภายในอกของหล่อนกำลังร่ำไห้ด้วยความอับอายขายหน้าเป็นที่สุด
MANGA DISCUSSION