พูดจบก็ไม่รอช้า ฝ่ามือข้างหนึ่งประคองเต้าทรวงหนึ่งเอาไว้แล้วก้มลงไปตวัดลิ้นสากไล้เล็มไปถ้วนทั่ว จากเต้าแรกไปเต้าที่สอง เน้นหนักที่ยอดอกสีทับทิมอันแข็งคัด นางตัวสั่นขาสั่นจนแทบยืนไม่อยู่
“ อา สองเต้าของเจ้าช่างหอมหวานดีแท้ ” เขาคร่ำครวญเสียงกระเส่าพลางใช้ใบหน้าหล่อเหลาคลุกเคล้าไปบนเนินทรวงอย่างหลงใหล
“ ข้าหยุดไม่ได้แล้ว เจ้าทำให้ข้ากระหายใคร่อยากครั้งแล้วครั้งเล่า ” เขาว่าพลางรั้งเรียวขานางข้างหนึ่งให้พาดที่เอวสอบ มืออีกข้างเอื้อมคว้าเอวคอดประคองไว้ ก่อนจะย่อเข่าให้ท่อนเอ็นแข็งขึงนั้นเสียดสีบดบี้ไปยังกลางกลีบโนมเนื้อสาวที่แยกออกจนเห็นติ่งเนื้อกระสันแดงแจ๋นั้น
“ อูววว ท่านพี่เจ้าขา ” นางครวญคร่ำเมื่อถูกลำรักถูไถขึ้นลงกับใจกลางรอยแยกอันเป็นต้นเหตุแห่งความกำหนัด แม้ส่วนนั้นจะจมอยู่ใต้น้ำทว่าเขาก็รู้สึกได้ว่ามันเยิ้มฉ่ำเปียกแฉะด้วยน้ำใคร่ไหลหลั่งออกมามากมายเพียงใด
เขาถูไถขึ้นลงตามจังหวะ บางคราวลากต่ำลงไปมากเกินจนส่วนหัวหยักบานนั้นเผลอไผลทิ่มแทงเข้าไปยังปากทางรักที่แบะอ้าและมีน้ำเมือกฉ่ำหล่อลื่น
“ ไม่เอาเข้านะเจ้าคะ ” นางทักท้วงทั้งที่อ้าปากสูดครางตามจังหวะขยับบั้นเอวของเขาอย่างร้อนเร่า
“ ข้ารับปากเจ้าแล้วเม่ยเอ๋อร์ ไม่เชื่อใจข้าหรือ ” เขาตอบกลับเสียงสั่นพร่า
“ แต่เมื่อครู่ท่านเข้าไปในตัวข้า ”
“ มันแค่เผลอไถลเข้าไปเพราะน้ำกำหนัดของเจ้ามันฉ่ำแฉะเหลือเกิน แต่ข้าสัญญาว่าจะไม่กดแท่งหยกของข้าเข้าไปภายใน แม้ว่าจะอยากทำมันเพียงไรก็ตาม ” เขาว่าพลางก้มลงประสานสายตาอันเยิ้มฉ่ำมายังนางที่จ้องมองเขาไม่วางเช่นกัน ไม่มีคำพูดใด ๆ ต่อกัน มีเพียงความเร่าร้อนทางเรือนกายที่ต่างก็มอบให้กันจากภายนอกและกระแสบางอย่างที่แสดงออกทางสายตาก็เท่านั้น
รัก ใช่หรือไม่นะ…
ทั้งคู่ถามตัวเองก่อนที่จะผวาเข้าหา ประกบปากมอบจุมพิตอันเร่าร้อนให้กันและกัน เบื้องล่างลำรักยาวใหญ่ขยับสีบี้เบียดกลางกลีบสาวจนกระทั่งทั้งคู่ทะยานเข้าสู่ปลายทางแห่งกามาพร้อมกัน โดยมีธารน้ำเป็นประจักษ์พยาน
นางผวากอด เช่นเดียวกับที่เขาโอบอุ้มนางไว้แนบแน่น ความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วอณูเนื้อ
“ ข้าอยากหยุดวันเวลาไว้ตรงนี้ ” นางว่าขณะอิงแอบแผงอกกว้างที่อุ้มนางขึ้นมาบนเนินหญ้าเหนือธารน้ำอีกครั้ง
“ ทำไมล่ะ ” เขาถามเสียงทุ้มนุ่มอยู่ริมใบหูขาวแล้วงับติ่งหูนุ่มนั้นเบา ๆ นางขนลุกเกรียว
“ ข้าไม่อยากกลับไปพบความจริงอันโหดร้ายเลย ไม่อยากโดนใครทำร้ายอีกแล้ว ”
“ ข้าเคยปล่อยให้ใครทำร้ายเจ้างั้นหรือ ซูเม่ย ” เขาถามเสียงหนักแน่น นางส่ายหน้าแล้วเบียดกายเข้าหาอ้อมอกแกร่งนั้น
“ ขอบคุณท่านมากที่คอยช่วยเหลือข้าตลอดยามที่เดือดร้อน ข้ามองท่านผิดมาตลอด แม้กระทั่งเมื่อครู่เมื่อมีงูมาปองร้าย ท่านก็ยังช่วยชีวิตข้าไว้อีก ” นางกล่าวอย่างซาบซึ้ง ทว่าเขากลับหัวเราะร่วนทำให้นางงุนงงเป็นอย่างมาก
“ ท่านหัวเราะอะไร การซาบซึ้งในบุญคุณของข้ามันตลกมากนักหรือไร ” เขาส่ายศีรษะ
“ งูนั่นมันมีจริงที่ไหนกันเล่า ”
“ มีจริงสิ ข้าเห็นเต็มตาว่ามันลอยอยู่ในธารน้ำ ”
“ มันไม่ใช่งู ”
“ อะไรนะ ”
“ มันเป็นกิ่งไม้แห้งต่างหาก ”
“ แล้วเหตุใดท่านไม่บอกข้าตั้งแต่ตอนนั้น ”
“ อยากรู้อะไรมากกว่านั้นไหม ” เขาว่าพลางยกยิ้มที่มุมปากอย่างเจ้าเล่ห์
“ อะไร ”
“ กิ่งไม้นั้นน่ะ ข้าเป็นคนโยนลงไปเองแหละ ”
สิ้นคำ ฝ่ามือน้อย ๆ ก็ทั้งหยิกทั้งฟาดลงบนแผงอกและท่อนแขนของเขาไม่ยั้ง
“ ข้าอุตส่าห์รู้สึกผิดที่คิดกับท่านในทางที่ไม่ดีตั้งแต่คราวแรก มายามนี้ข้าขอถอนคำพูด ท่านมันคนเจ้าเล่ห์ เจ้าเล่ห์ร้ายกาจที่สุด ! ” เขาได้แต่หัวเราะแล้วปล่อยให้นางระบายอารมณ์ให้พอก่อนที่จะรวบข้อมือของนางเอาไว้
“ พอได้หรือยัง ใจคอเจ้าจะตีพี่ให้ช้ำในตายเลยหรือไร หืม เม่ยเอ๋อร์คนดีของพี่ ” เขาออดอ้อน นางสะบัดหน้าหนี
“ ไม่ ข้าไม่ใช่ของใครทั้งนั้น ”
MANGA DISCUSSION