หลังจากที่ควันกระจายไปในห้องครู่หนึ่ง นักย่องเบาก็เดินเข้ามาในห้องและหัวเราะอย่างภาคภูมิใจ
“ฮิฮิ ซ่อนตัวในทิเบตตั้งหลายวันอึดอัดแทบตาย ในที่สุดก็รู้สึกขึ้นสักที”
นักย่องเบาคนนี้คือนกอินทรี เขาเป็นพวกบ้ากาม และทุกคืนเขาเป็นทุกข์มาก เขาซ่อนตัวในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาในทิเบตเขาแทบจะขาดอากาศหายใจตาย
เช้านี้บังเอิญค้นพบว่ามีสาวงามสุดๆ คนหนึ่ง หลังจากหาข้อมูลจากคนรอบข้างก็ได้รู้ว่าเธอคือครูที่อาศัยอยู่คนเดียวในอาคารแห่งนี้
นกอินทรีอดไม่ได้ที่จะขบคิดทันที
แต่เพื่อความปลอดภัย เขาเลือกที่จะเริ่มตั้งแต่ช่วงดึกดื่น
เพราะเวลานี้คือเวลาที่ผู้คนนอนหลับลึกที่สุด
เขาแอบเข้ามาและใช้ควันและสารอะไรบางอย่างเพื่อให้แน่ใจว่าครูสุดสวยคนนี้จะไม่ตื่นขึ้นเร็วๆนี้
“พาเธอออกไปจากที่นี่ก่อนแล้วกัน”
นกอินทรีพึมพำกับตัวเองและคลำหาสวิตช์ไฟในห้อง
ผู้หญิงคนนี้สวยมาก นกอินทรีไม่ต้องการใช้แล้วทิ้ง แต่ต้องการลิ้มรสมากกว่านั้น
การพาผู้หญิงออกไปจากที่นี่ นับเป็นวิธีที่ดีที่สุด
ถ้าเขาลงมือที่นี่ เขาสามารถดับความกระหายได้เพียงชั่วขณะหนึ่ง แต่ร่องรอยของเขาจะถูกเปิดเผย
เพราะเขาไม่สามารถรับประกันได้ว่าผู้หญิงคนนี้จะไม่ตะโกนโวยวายหลังจากฤทธิ์ของควันหมดลง
และอาศัยโอกาสนี้พาผู้หญิงคนนี้ไปเที่ยวสวรรค์เพื่อให้เขาได้ในสิ่งที่ต้องการ
นกอินทรีคลำหาสวิตไฟอยู่ครู่หนึ่ง และในที่สุดก็เจอ
คลิ๊ก
ทันใดนั้นห้องก็สว่างขึ้น
อย่างไรก็ตาม เรื่องก็ผิดไปจากที่เคาคิดไว้ เพราะนอกจากผู้หญิงที่นอนอยู่ในห้องนี้กลับยังมีเด็กผู้ชายที่อายุน่าจะต่ำกว่ายี่สิบปีอยู่ในห้องด้วย
สิ่งที่ทำให้นกอินทรีตัวสั่นและหวาดกลัวคือการที่อีกฝ่ายมองตัวเองด้วยรอยยิ้ม
“แก…แกเป็นใคร!?”อินทรีถามด้วยความประหลาดใจ
“โทษที แต่แกไม่มีสิทธิ์ถามคำถาม” หวังฮ่าวหลาน เตะนกอินทรีเข้าที่เป้า
[ติ้งโฮสต์สกัดกั้นตัวเอกเสี่ยวอี้เฟิง ในการช่วยเหลือหนึ่งในนางเอก ซ่งเจินอวี่ ได้รับแต้มตัวร้าย 300 แต้ม ออร่าตัวเอกตัวเอกของเสี่ยวอี้เฟิง -10 ออร่าตัวร้ายโฮสต์ +10! ]
นกอินทรีสลบไปด้วยความเจ็บปวด
การเตะครั้งนี้ไม่เบาและนกอินทรีคงจำความเจ็บนี้ไปอีกตลอดชีวิตที่เหลือ
หวังฮ่าวหลาน ก้มลงไปตบหน้าของนกอินทรีเป็นสิบ ๆ ครั้ง เพื่อปลุกเขา
หน้าผากของนกอินทรีนั้นเย็นและมีเหงื่อออกไม่หยุด เขาตื่นขึ้นและมองหวังฮ่าวหหลานด้วยความกลัว
“จากนี้ฉันจะถามอะไรบางอย่างจากแก ตอบแค่สิ่งที่ฉันถาม เข้าใจไหม” หวังฮ่าวหลานกล่าวอย่างเย็นชา
“อึก…ครับ” อินทรีพยักหน้า
“จะพาผู้หญิงคนนี้ไปไหน” หวังฮ่าวหลานชี้ไปที่ซ่งเจินอวี่ซึ่งกำลังนอนหลับอยู่
“เอาไปโรงงานร้าง”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หวังฮ่าวหลานก็แอบบ่นอยู่ภายในใจ
เนื้อเรื่องซ้ำซากยังไงก็ยังคงเป็นเนื้อเรื่องซ้ำซากอยู่อย่างนั้น
เสี่ยวอี้เฟิงเฝ้าอยู่ที่บูธรักษาความปลอดภัยที่ประตูชุมชน
นกอินทรีไม่รู้วิธีปีนข้ามกำแพง หากอยากพาตัวซ่งเจินอวี่ไปจริง ๆ ต้องผ่านประตูของชุมชนและเขาจะได้พบกับเสี่ยวอี้เฟิงในเวลานั้นอย่างแน่นอน
ด้วยวิธีนี้บทวีรบุรุษช่วยสาวงามจึงตกลงบนศีรษะของเสี่ยวอี้เฟิงอย่างแน่นอน
“ใครสั่งให้แกลักพาตัวฉินหยุนหาน ลูกสาวของฉินกรุ๊ป?” หวังฮ่าวหลาน ถามอย่างตรงไปตรงมา
“ไม่รู้…อ๊ะ!!!”
หลังจากที่อินทรีตอบ เขาถูกโจมตีที่เป้าอีกครั้งและเป็นลมพร้อมกับเสียงกรีดร้อง
ในเวลาไม่ถึงนาที หวังฮ่าวหลานปลุกเขาอีกครั้งด้วยการตบของเขา
“ใครสั่งให้แกลักพาตัวฉินหยุนหาน ลูกสาวของฉินกรุ๊ป?” หวังฮ่าวหลานทวนคำถามอีกครั้งในตอนนี้
“ฉันไม่รู้จริงๆ…อ่า!!!”
อินทรีเป็นลมอีกครั้ง แต่ไม่นานก็ตื่นขึ้นอีกครั้ง
“ใครสั่งให้แกลักพาตัวฉินหยุนหาน ลูกสาวของฉินกรุ๊ป?” หวังฮ่าวหลานถามคำถามซ้ำอีกครั้ง
“อย่าทำแบบนี้ ฟังฉันก่อน!” อินทรีพูดอย่างหวาดกลัว
ลูกเตะของหวังฮ่าวหลานหยุดอยู่กลางทาง
นกอินทรีกลัวจนวิญญาณเกือบจะบินออกจากจึงรีบพูดอย่างรวดเร็ว
“ผู้ว่าจ้างเป็นผู้หญิง ตอนเราพบกัน เธอสวมผ้าคลุมหน้า ฉันไม่รู้ว่าเธอหน้าตาเป็นอย่างไร แต่ฉันจำได้ว่าเธอมีไฝสีแดงตรงกลางคิ้วและตาฟีนิกซ์สีแดง ดูจากรอยตีนกาอยู่ที่หางตา เธอน่าจะอายุประมาณสี่สิบปี”
อินทรีเสริมอีกครั้งว่า “เชื่อฉันเถอะ ฉันไม่รู้จักคนๆนั้นจริงๆ!”
หวังฮ่าวหลานครุ่นคิดเล็กน้อย แต่ก็ปล่อยลูกเตะออกไปอยู่ดี
นกอินทรีกรีดร้องและเป็นลมไปอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม คราวนี้หวังฮ่าวหลานไม่ได้ปลุกเขาอีก
เหตุที่ถามหลายครั้งก็เพื่อตรวจให้แน่ใจว่าไม่ได้กำลังโกหก
คำหน้าและคำหลังของนกอินทรีมีความสอดคล้องกัน และดูเหมือนว่าจะพูดความจริง
ลักษณะตามข้อมูลที่ได้มาคือ เป็นผู้หญิงอายุประมาณสี่สิบปี มีนัยน์ตาฟีนิกซ์สีแดง มีไฝสีแดงที่คิ้ว ข้อมูลค่อนข้างกว้างเกินไป
อาศัยเพียงข้อมูลนี้เพื่อค้นหาผู้หญิงสักคนในเมืองชิงหลิง ก็เหมือนงมเข็มในมหาสมุทร
แต่การรู้ข้อมูลนี้ดีกว่าไม่รู้
หวังฮ่าวหลานเลิกคิดและมองไปที่อินทรีที่เป็นลมสลบอยู่
เขาไม่ได้ตั้งใจจะปล่อยให้นกอินทรีส่งข่าวเหล่านี้ไปยังหูของเสี่ยวอี้เฟิง
แม้ว่าจะเป็นเพียงข้อมูลทั่วไป แต่ก็ไม่จำเป็นสำหรับเสี่ยวอี้เฟิงที่จะรู้
หวังฮ่าวหลานกดจุดบนหัวของนกอินทรีสองสามครั้ง
ด้วยความรู้เกี่ยวกับร่างกายมนุษย์ที่เรียนรู้จาก
คัมภีร์พิษสูงสุดหวังฮ่าวหลานใช้เพื่อทำลายส่วนเล็กๆ ของโครงสร้างสมองของนกอินทรี
เมื่อนกอินทรีตื่นขึ้นอีกครั้ง เขาจะกลายเป็นคนโง่เขลา สติฟั่นเฟืองและไม่สามารถจำเรื่องที่เกิดขึ้นได้
หลังจากเรื่องทุกอย่างจบลง หวังฮ่าวหลานจึงหันไปตรวจร่างกายของ ซ่งเจินอวี่และพบว่าเธอเพียงหลับลึกเพราะฤทธิ์ของควัน เมื่อเวลาผ่านไปเธอจะตื่นขึ้นมาตามปกติ
ซ่งเจินอวี่อยู่ในอาการหลับลึกในขณะนี้นับเป็นโอกาสที่ดีที่จะรังแกเธอ
หวังฮ่าวหลานรู้สึกดูถูกเหยียดหยาม
เขาเป็นสุดยอดตัวร้าย เขาต้องเป็นตัวละครที่น่าสนใจ กลั่นแกล้งและหลอกล่อนางเอกได้ แต่การฉวยโอกาสจากอาการหลับลึกของนางเอกนั้น พฤติกรรมนี้ต่ำช้าเกินไป
ยิ่งกว่านั้นมันน่าเบื่อมาก เพราะซ่งเจินอวี่ก็ไม่เคลื่อนไหว เธอคงไม่พูดหรือให้ความร่วมมืออะไรด้วยกันแน่
มันน่าเบื่อเกินไป
เรื่องพวกนี้มีแค่พวกตัวร้ายขยะปลายแถว ที่เป็นแค่ตัวประกอบเท่านั้นแหละที่จะทำ
เช่นนกอินทรีคนนี้
หวังฮ่าวหลานอุ้มอินทรีเพื่อหลีกเลี่ยงจากการสอดส่องของชุมชน และโยนมันทิ้งตรงข้างดอกไม้และต้นไม้ในชุมชนในขณะที่ยังมืดอยู่ในช่วงเช้า
หลังจากนั้นก็ข้ามกำแพงและออกจากชุมชนไป
ก่อนออกเดินทางหวังฮ่าวหลานใช้สายตามองทะลุ เพื่อดูประตูชุมชนจากระยะไกล
เสี่ยวอี้เฟิงยังคงยืนรออย่างโง่งมที่บูธรักษาความปลอดภัย
หวังฮ่าวหลานยิ้มอย่างลับๆแล้วกลับไปที่โรงแรม
ขณะนี้เป็นเวลาตีสี่แล้ว
ความสนใจของหวังฮ่าวหลานที่อยากลองใช้ชีวิตแบบลูกคุณหนูเสเพลก็ถูกโยนทิ้งไปเช่นกัน
เขากดโทรศัพท์ของเหวินจิง และในขณะที่ยังมืดอยู่ เขาก็กลับไปหาเธอเพื่อพักผ่อน
อย่างไรก็ตาม หลังจากนอนอยู่บนเตียง หวังฮ่าวหลานไม่ได้หลับทันที แต่เรียกหน้าต่างสถานะขึ้นมาเพื่อตรวจสอบ
[โฮสต์: หวังฮ่าวหลาน]
[ค่าพลังต่อสู้:1099]
[ค่าเสน่ห์:268]
[ออร่าตัวร้าย: 841]
[แต้มตัวร้าย: 3500]
[ทักษะ: ทักษะการวาดเขียนระดับปรมาจารย์, หมัดหวิงชุนระดับปรมาจารย์, ทักษะการร้องเพลงระดับเทพ, ทักษะการแสดงระดับจักรพรรดิภาพยนตร์, การมองทะลุ, ทักษะพิษขั้นสูง, ทักษะการแฮ็คระดับแนวหน้า, ประสบการณ์ฝึกฝนกำลังภายใน 18 ปี]
MANGA DISCUSSION