เซี่ยอันหรานได้ยินว่าโอวหยางเชี่ยนหรงตอบรับคำขอของเธอ ตกลงที่จะไปลองดู ก็โล่งอกทันที กล่าวด้วยรอยยิ้มว่า : "ขอบคุณพี่เชี่ยนหรง"
จากนั้นเซี่ยอันหรานก็หันไปมองกู้ลี่ : "ขอบคุณพี่กู้ลี่"
กู้ลี่หลุบตาลง ก้มมองเล็บสีแดงสดของเธอ พูดเรียบๆว่า : "ไม่ต้องขอบคุณฉันหรอก ฉันก็แค่ให้คำแนะนำ เชี่ยนหรงเป็นคนที่มีเหตุผล แม้ว่าฉันจะไม่ได้พูด เธอก็สามารถเห็นด้วยกับคำขอของคุณ"
กู้ลี่พูดจบ ก็ยิ้มกับเซี่ยอันหรานเล็กน้อย : "ถึงอย่างไรคุณก็ช่วยชีวิตฉันไว้ ฉันจะไปฝรั่งเศสเร็วๆนี้ คุณอยากได้ของขวัญอะไรก็บอกฉัน ฉันจะเอากลับมาให้คุณ"
"คุณจะไปฝรั่งเศสหรอ?" เซี่ยอันหรานเอ่ยถามโดยจิตใต้สำนึก
กู้ลี่กล่าวด้วยรอยยิ้ม : "ฉันรับแสดงไว้เรื่องหนึ่ง เป็นหนังของผู้กำกับทิม แฟรงค์ชาวฝรั่งเศส บทละครดีมาก ฉันชอบมากเลย"
กู้ลี่พูดอย่างนี้ เซี่ยอันหรานก็นึกขึ้นได้ หนังเรื่องนั้นคือ《เสื้อกันฝน》เมื่อชาติที่แล้ว ละครเรื่องนี้ได้รับรางวัลระดับนานาชาติมากมายนับไม่ถ้วน เล่าว่าเป็นแม่ที่เลี้ยงดูลูกสาวตนเองด้วยความยากจนข้นแค้น คาดไม่ถึงว่าจะไปเป็นโสเภณี แต่เมื่อลูกสาวของเธอเลิกเรียนกลับบ้านมา ถูกคนรวยกลั่นแกล้งจากนั้นก็ฆ่าตาย เหลือเพียงเสื้อกันฝนตัวเดียวที่เธอเคยสวม
เพราะมันเกี่ยวข้องกับผู้มีอำนาจ ตำรวจที่รับเงินของฆาตกรก็ไม่ได้สอบสวนเรื่องนี้อย่างจริงจัง ในฐานะแม่จึงได้แต่สืบคดีด้วยตนเอง เมื่อผลตรวจสอบออกมา ทนายความเกือบทั้งหมดกำลังเกลี้ยกล่อมให้เธอปรับความเข้าใจ เธอไม่มีเงินจ้างทนายความ จึงเรียนรู้กฎหมายด้วยตัวเอง เพื่อฟ้องร้องคดีให้ลูกสาว ในที่สุดก็นำฆาตกรเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมได้สำเร็จ
เมื่อชาติแล้วภาพยนตร์เรื่องนี้เลือกนักแสดงหญิงชาวจีนคนอื่น ในท้ายที่สุดนักแสดงหญิงคนนั้นก็ได้รับรางวัลซีซาร์ ทิม แฟรงค์เคยให้สัมภาษณ์ว่านักแสดงที่เขาพอใจที่สุดคือกู้ลี่ แต่คาดไม่ถึงว่ากู้ลี่จะฆ่าตัวตาย ได้แต่เลือกคนอื่นเท่านั้น
ในเวลานั้นหลายคนรู้สึกเสียใจกับกู้ลี่ ถ้ากู้ลี่ไม่ฆ่าตัวตาย เธอจะได้รับรุ่งโรจน์มากมาย แต่ว่าชาตินี้ มันเปลี่ยนไปหมดแล้ว เซี่ยอันหรานเธอรู้สึกโชคดีที่ได้เห็นกู้ลี่แสดงบทบาทนี้
เซี่ยอันหรานชอบการแสดงมาก แต่อายุและสถานะปัจจุบันของเธอไม่เหมาะกับบทบาทนี้ ดังนั้นเธอได้แต่แสดงความอิจฉาออกมาจากใจจริงกับกู้ลี่เท่านั้น : "พี่กู้ลี่ คุณโชคดีจริงๆเลย"
"ฉันก็รู้สึกแบบนั้น" กู้ลี่แววตาเป็นประกาย : "นานแล้วที่ฉันไม่ได้เจอบทดีๆแบบนี้"
โอวหยางเชี่ยนหรงมองกู้ลี่กับเซี่ยอันหราน ยิ้มพูดว่า : "อันหราน ที่นี่ฉันไม่มีธุระแล้ว คุณกลับไปก่อนแล้วรอข่าวจากฉัน ถ้าฉันสามารถช่วงชิงบทนี้มาให้คุณได้ ฉันจะส่งบทละครใหม่ให้กับคุณ"
เซี่ยอันหรานพยักหน้า กำลังเตรียมที่จะออกไป กู้ลี่หันไปมองเซี่ยอันหราน ยิ้มพูดว่า : "อันหราน คุณอย่าเพิ่งไป รอฉันคุยกับเชี่ยนหรานเสร็จ ฉันจะไปส่งคุณกลับบ้าน"
"เอ่อ……ไม่……" เซี่ยอันหรานอยากจะปฏิเสธ แต่เธอก็ไม่ได้พูดออกมา กู้ลี่หันกลับไป เจรจาเรื่องงานกับโอวหยางเชี่ยนหรงต่อ
เซี่ยอันหรานขยับๆปาก เห็นโอวหยางเชี่ยนหรงส่ายหัวกับเธอ เซี่ยอันหรานก็กลืนคำปฏิเสธที่ต้องการจะพูดลงไป ช่างเถอะ สภาพจิตใจของกู้ลี่แข็งแกร่งขึ้นบ้างแล้ว ก็ทำตามใจของเธอเถอะ
เซี่ยอันหรานนั่งอยู่ เห็นกู้ลี่กับโอวหยางเชี่ยนหรงคุยกันเสร็จแล้ว ก็กวักมือเรียกเธอเหมือนตามลูกสุนัข เซี่อันหรานลุกขึ้นและเดินตามกู้ลี่ไปทันที
กู้ลี่เป็นคนที่มีออร่าของราชินีอย่างมาก ยิ่งไม่ต้องพูดถึงตอนนี้เธอกลับมาแล้ว ตลอดทางที่เดินออกมาจากบริษัท ไม่รู้ว่ามีกี่คนที่ก้มหัวและเรียกกู้ลี่ราวกับจะเอาใจ : "พี่กู้ลี่"
เซี่ยอันหรานก็ยืมบารมีคนอื่นจนมีคนไม่น้อยโค้งคำนับด้วย เธอเดินตามหลังกู้ลี่ไป มันยากมากจริงๆที่จะจินตนาการว่าผู้หญิงตรงหน้าเธอเคยคิดฆ่าตัวตายเพื่อผู้ชายมาก่อน
เซี่ยอันหรานเดินตามหลังกู้ลี่ตลอดจนขึ้นรถ กู้ลี่ยิ้มถามว่า : "ให้ไปที่ไหน?"
เซี่ยอันหรานรายงานที่อยู่อย่างตรงไปตรงมา หลังจากกู้ลี่ได้ฟัง ก็หันไปมองเซี่ยอันหรานอย่างจริงจัง : "ที่พักไม่เลวเลย"
กู้ลี่พูดจบ สตาร์ทรถไปด้วยพูดไปด้วย : "อันหราน คุณรู้ไหมว่าทำไมสวี่จวินถึงทิ้งฉันไป ทำให้ฉันหมดอาลัยตายอยากแบบนี้ ทำให้ฉันฆ่าตัวตาย? เพราะว่าฉันทำให้เขาได้ถ่ายหนังได้ ต้องขึ้นเตียงกับชายไม่น้อย มีทั้งผู้กำกับผู้สร้างหนังแล้วก็นักลงทุน แต่ตอนนี้มันกลายเป็นข้ออ้างในการหย่าร้างของเขา ในตอนนั้นฉันโง่เกินไป โง่จนตอนนี้ฉันก็จนปัญญาที่จะจินตนาการได้ ทุกคนบอกว่าการแต่งงานคือสุสานแห่งความรัก แต่ความรักคือสุสานของนักแสดงหญิง นักแสดงหญิงกลัวที่สุดคือการทำผิดพลาด……อันหราน เชื่อฉันนะ เส้นทางของคุณยังยาวไกล อย่าทำลายอนาคตของคุณเพียงเพราะผู้ชายคนไหน ไม่มีใครสมควรจะได้รับ"
เซี่ยอันหรานคาดไม่ถึงว่ากู้ลี่จะพูดอย่างนี้ ก็ไม่เข้าใจจุดประสงค์ในคำพูดของกู้ลี่คืออะไร? แต่คำพูดของกู้ลี่ ทำให้ใจของเซี่ยอันหรานรู้สึกไม่สบายใจ
เซี่ยอันหรานกระพริบตาปริบๆ เอ่ยถามว่า : "พี่กู้ลี่พูดแบบนี้ หมายความว่ายังไง?"
"พักอยู่เขตคฤหาสน์ระดับไฮเอนด์อย่างนั้น คุณน่าจะรู้ดีกว่าฉันว่ามันหมายความว่าอะไร?" กู้ลี่พูดเสียงทุ้ม : "ทางลัดมากมายไม่สามารถเดินได้ ผู้ชายหลายคนก็เชื่อไม่ได้ มิเช่นนั้นอาจจะตกอยู่ในสภาพย่ำแย่เหมือนฉันก็ได้"
ทันใดเซี่ยอันหรานก็เข้าใจว่าคำพูดของกู้ลี่หมายถึงอะไร กู้ลี่รู้ว่าเธอพักอยู่ที่คฤหาสน์ในเขตหรูมีระดับ คิดว่าเธอถูกเลี้ยงด้วยบุคคลตำแหน่งลูกบางคนในบริษัท จึงมาเตือนสติเธอ เซี่ยอันหรานขมวดคิ้วเล็กน้อย เดิมทีก็ต้องการจะพูด ชี้แจงให้ตัวเองสักสองสามคำ แต่คำพูดของเซี่ยอันหรานยังไม่ทันได้พูดออกมา เธอก็หยุดชะงักไป
อันที่จริงโม่เซ่าเหยียนสำหรับเธอแล้ว ไม่ใช่การบีบบังคับและถูกบังคับหรอ เกี่ยวข้องกับการเลี้ยงดูและถูกเลี้ยงดูหรอ?
หลังจากที่เซี่ยอันหรานนิ่งอึ้งอยู่นาน จึงเงยหน้าไปยิ้มเจื่อนๆอย่างจนปัญญาว่า: "พี่กู้ลี่พบเจอเรื่องราวมามากมาย ก็น่าจะรู้ว่ามีหลายเรื่องที่ฉันไม่สามารถปฏิเสธได้ แล้วก็ไม่ใช่สิ่งที่ฉันเลือก"
กู้ลี่กวาดสายตามองเซี่ยอันหราน เม้มริมฝีปากแน่น แต่ละก้าวที่เธอเดินมาถึงจุดสูงสุดของดารา ต้องเผชิญกับการบีบบังคับและการล่อลวงมากมาย เข้าใจว่าหลายสิ่งหลายอย่างไม่ใช่ความรู้สึกที่จะปฏิเสธได้
กู้ลี่ทอดถอนใจ พาเซี่ยอันหรานมาส่งที่หน้าประตู แล้วจึงยื่นมือออกมา ลูบที่หัวของเซี่ยอันหราน ยิ้มแล้วพูดว่า: "อนาคตฉันอาจจะไปเติบโตที่ต่างประเทศ ฉันจะคิดถึงคุณ ถ้าไม่ใช่คุณ ฉันก็คงไม่ได้รอบทละครที่ดีขนาดนี้ คุณเป็นผู้หญิงที่โง่จริงๆ แต่ก็เป็นผู้หญิงที่น่ารักคนหนึ่ง"
พูดพลาง ทันใดกู้ลี่ก็เอื้อมมือไปโอบเซี่ยอันหรานมาไว้ในอ้อมกอด พูดเบาๆว่า: "นักแสดงหญิงอย่างพวกเรานี้ในสายตาคนส่วนมากก็คือของเล่น หากเจอสถานการณ์ที่ตนเองไม่อาจต่อต้านได้ ก็ต้องควบคุมหัวใจของตนเองให้ได้ ไม่เช่นนั้นก็จะเป็นเหมือนกับฉันที่ไม่มีความสุขเลย"
กู้ลี่พูดจบ ก็ยิ้มแล้วเอื้อมมือไปเปิดประตูรถให้เซี่ยอันหราน เซี่ยอันหรานลงจากรถแล้ว เห็นกู้ลี่ขับรถออกไปแล้ว เซี่ยอันหรานก็อดไม่ได้ที่จะทอดหายใจยาว เธอก็อยากที่จะควบคุมหัวใจตนเองนะ แต่มันยากเกินไปจริงๆ โดยเฉพาะผู้ชายคนนั้นที่เผชิญหน้าคือโม่เซ่าเหยียน ใครจะปฏิเสธความดึงดูดใจของเขาได้?
เซี่ยอันหรานขมวดคิ้วแล้วกลับเข้าคฤหาสน์ นั่งบนโซฟานิ่งๆอยู่สักครู่หนึ่ง แล้วก็นึกถึงเรื่องราวที่เก็บไว้ภายในใจ ก็คือปัญหาของบริษัทตระกูลเซี่ย เธอจะต้องทำให้รู้ชัดเจนว่าตกลงมันเกิดปัญหาตรงไหน เธอจึงจะรู้ได้ว่าท้ายที่สุดแล้วปัญหาอยู่ที่ไหน
แต่เมื่อวานตอนที่เซี่ยอันหรานพบพี่ชายของเธอ เซี่ยหมิงเซวียนแสดงให้เห็นว่าไม่ต้องการให้เธอเข้าไปเกี่ยวข้องกับบริษัทที่บ้าน ถ้าเธอถามเรื่องในบ้านอีก ก็กลัวว่าจะไม่ได้คำตอบอะไร ถ้าไปถามผู้อาวุโสที่บริษัท ถึงแม้จะสามารถรับรู้สถานการณ์ภายในได้ แต่ถึงอย่างไรเธอก็เป็นคุณหนูของเซี่ยเหมยกรุ๊ป ถ้าเธอสงสัยว่าบริษัทเกิดปัญหา จะเกิดความตื่นตระหนกภายใน บริษัท เพราะการกระทำของเธอหรือไม่?
เซี่ยอันหรานทำได้เพียงใช้วิธีที่โง่เง่าที่สุด ค้นหาข่าวที่เกี่ยวข้องของเซี่ยเหมยกรุ๊ปบนอินเทอร์เน็ต แต่สืบค้นอยู่นาน เซี่ยอันหรานก็ไม่ได้ค้นเจอข้อสรุปอะไร อีกอย่างตัวเธอเองก็ไม่ได้เข้าใจธุรกิจ เห็นจากในข่าวก็ดูอะไรไม่ออก
"ไม่เป็นผลจริงๆ" เซี่ยอันหรานยกมือขึ้นกุมหน้าผาก บ่นพึมพำอย่างหงุดหงิด
ช่วงนี้เรื่องที่หงุดหงิดของเซี่ยอันหรานมากเกินไปจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์กับโม่เซ่าเหยียน แล้วยังเรื่องในครอบครัวอีก มันยากมากที่เธอจะไปจัดการเรื่องเหล่านี้
ระหว่างที่เธอกำลังกลุ้มใจ เซี่ยอันหรานก็หลับตาไปอย่างสะลึมสะลือ เธอหลับไปสักครู่หนึ่ง ก็รู้สึกว่ามีคนมาลูบคลำที่ริมฝีปากของเธอ มือนั้นเยือกเย็นอย่างมาก คล้ายกับวาดเค้าโครงริมฝีปากของเธออย่างละเอียด เซี่ยอันหรานรู้ว่านี่คือมือของโม่เซ่าเหยียน เธอตื่นขึ้นมาทันที ขยี้ตาเล็กน้อย แล้วลืมตา
เป็นโม่เซ่าเหยียนจริงๆ! เซี่ยอันหรานลุกจากเตียงขึ้นมานั่งตัวตรงทันที กระพริบตาอย่างกังวล: "โม่เซ่าเหยียน คุณกลับมาเร็วจัง?"
บนใบหน้าโม่เซ่าเหยียนไม่ได้แสดงออกเป็นพิเศษ ดวงตาสีดำทั้งคู่ยังคงมืดมิด เขาลูบคลำริมฝีปากของเซี่ยอันหราน แล้วก้มลงไปจูบที่ริมฝีปากของเซี่ยอันหราน เซี่ยอันหรานเคยชินกับการจูบของโม่เซ่าเหยียนแล้ว เธอก็ไม่ได้ปฏิเสธ หลังจากโม่เซ่าเหยียนจูบที่ริมฝีปากของเซี่ยอันหรานอย่างพิถีพิถันแล้ว ก็จูบที่หน้าผากของเซี่ยอันหราน: "ทานข้าวแล้วหรือยัง?"
เซี่ยอันหรานส่ายหน้า: "ยังไม่ทันได้ทานน่ะ อีกสักครู่ฉันสั่งเดลิเวอรี่ก็ได้"
"ฉันก็ยังไม่ได้ทาน" โม่เซ่าเหยียนพูดเบาๆ
"ห๊ะ?" เซี่ยอันหรานกระพริบตาอย่างรวกเร็ว: "งั้นฉันจะสั่งเดลิเวอรี่ให้คุณด้วยแล้วกัน? คุณอยากทานอะไรล่ะ?"
โม่เซ่าเหยียนปลดกระดุมแขนเสื้อ พูดด้วยเสียงเคร่งขรึมว่า: "ไม่ต้องเรียกเดลิเวอรี่หรอก ฉันทำอาหารเอง"
เซี่ยอันหรานเบิกตาโตด้วยความตกใจ: "ทำอาหาร? คุณอ่ะนะ?"
เซี่ยอันหรานพูดจบ ก็เห็นโม่เซ่าเหยียนเลิกคิ้วเล็กน้อย เซี่ยอันหรานจึงรู้สึกว่าเสียงของตนเองสูงเกินไป จึงลดเสียงลง ถ้าด้วยเสียงเบาๆว่า: "โม่เซ่าเหยียน คุณทำอาหารเป็นด้วยหรอ?"
"จากการสำรวจ ผู้หญิง78%ชอบผู้ชายที่ทำอาหารเป็น" โม่เซ่าเหยียนลุกขึ้นยืน พูด้วยเสียงเคร่งขรึมว่า: "ฉันก็ต้องทำอาหารเป็นอย่างแน่นอน"
เซี่ยอันหรานรู้ว่าโม่เซ่าเหยียนใช้ไม่เป็นแม้กระทั่งเครื่องทำน้ำอุ่น คาดไม่ถึงว่าตอนนี้เขาจะทำอาหารได้ เธอจะเชื่อได้อย่างไร? อีกทั้งสิ่งที่โม่เซ่าเหยียนค้นคว้าทุกวันคืออะไร? ไม่ใช่เริ่มแรกแค่ศึกษาความรู้สึกไม่สบายตัวของชายและหญิงบนเตียงหรอ? ทำไมตอนนี้ถึงศึกษาทางด้านผู้ชายที่ชอบทำหรือไม่ชอบทำอาหารด้วยล่ะ?
แต่เซี่ยอันหรานไม่กล้าแสดงความสงสัยของตนเองออกมา ทำได้เพียงกระพริบตา แสดงสีหน้าที่ดีออกมา: "ฉันคาดไม่ถึงจริงๆว่า คุณจะเก่งขนาดนี้ หล่อขนาดนี้ ร่ำรวยขนาดนี้ คาดไม่ถึงว่ายังทำอาหารเป็นอีก!"
โม่เซ่าเหยียนได้ฟังคำพูดของเซี่ยอันหราน ก็นิ่งอึ้งไปสักครู่หนึ่ง หลังจากนั้นก็หันกลับหลัง ดึงแขนเสื้อขึ้น เม้มริมฝีปากแน่น ถึงแม้การแสดงออกบนใบหน้าของเขาจะไม่เปลี่ยนแปลง แต่ใบหูของเขาก็แดงเล็กน้อย
MANGA DISCUSSION