บทที่ 434 – เพื่อนของข้า
ดวงตาของเลวี่เบิกกว้างก่อนที่เธอจะถูกดีดออกมาจากความทรงจำ เธอถอยหลังไปหลายเมตรก่อนจะเอามือปิดปากและอาเจียนออกมา
ภาพในตอนนั้น ความคิดของลูเซียในตอนนั้นมันวิปลาสจนแม้แต่เธอก็ยังไม่เข้าใจ รู้สึกคลื่นไส้อยากอาเจียน
คนที่ฆ่าเลทิเซียไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นลูเซียที่กำลังแอบมีอะไรกับพี่ชายเลยบีบคอเขาหัก… แถมภาพหลังจากนั้นมันยังติดตาของเลวี่
ภาพหลังจากนั้นอธิบายถึงสื่อกลางได้ดี.. หลังจากที่เธอพลั้งมือฆ่าพี่ตัวเองเธอก็สติแตกโทษตัวเองว่าทุกอย่างเป็นเพราะเธอ
แต่ถึงแบบนั้นเธอก็ยังกอดซากศพของพี่ขายอยู่ทั้งแบบนั้น ร่างกายเน่าเปื่อย.. จนเหม็นโฉ่.. แต่เธอก็ยังคุยกับร่างกายที่ตายไปแล้ว
เธอกอดร่างที่ไร้วิญญาณราวกับเป็นสมบัติล้ำค่า วันแล้ววันเล่า.. วันแล้ววันเล่า แม้แต่จะมีคนที่มาตามหาพวกเขาสองพี่น้อง
จนมาเจอเลวี่นอนกอดกับศพของพี่ชาย เธอก็โกรธอีกฝ่ายเป็นอย่างมาก ราวกับว่าอีกฝ่ายต้องการจะมาแย่งพี่ชายไปจากเธอ
และนั่นก็คือ… ศพที่สองจากพี่ชาย… เธอฆ่ามันด้วยความแค้น ที่เต็มไปด้วยความหึงหวง
“พวกแก.. มันต้องการจะหลอกพี่ชาย ลับหลังพวกแก.. คงจะดูถูกพี่ชายอยู่ใช่ไหมล่ะ ไม่ต้องห่วงนะพี่ ฉันจะปกป้องพี่เอง”
ความรุนแรงของเธอมันค่อยๆ ทวีคูณขึ้นเหมือนกับความต้องการทางเพศของเธอ.. บางทีมันอาจจะเริ่มตั้งแต่ตอนนั้น
ตอนที่เธอฆ่าแมวตัวหนึ่ง.. ก็เริ่มรุนแรงขึ้น.. เป็นทำร้ายร่างกายคนอื่นด้วยความรุนแรงจนท้ายที่พลั้งมือฆ่าพี่ตัวเอง
เส้นกั้นที่แบ่งความดีความชั่ว ของเธอขาดสะบั้นกลายเป็นคนไร้สติไปโดยสิ้นเชิง เธอเห็นศพของเพื่อนที่ทำงานพี่ชายที่เป็นผู้หญิงเธอก็รู้สึกสับสนขึ้นมา.
“ไม่เป็นนะพี่.. ฉันจะปกป้องพี่เอง..”
เธอใช้เลื่อยไฟฟ้าหั่นร่างของอีกฝ่ายเป็นส่วนๆ แล้วก็ใช้มีดทำครัวแทะเนื้อเถือหนังออกไปทิ้งลงชักโครก..
อวัยวะภายในตั้งแต่ ปอด ตับ ไต ไส้ … ทุกอย่างถูกทิ้งลงไปในชักโครก.. กลิ่นเหม็นคาวลอยแตะจมูกของเธอ
เสียงแว่วแห่งความกลัวดังขึ้นอีกครั้ง เธอรีบกลับไปหาพี่ชายด้วยความรัก.. พอนึกถึงเรื่องราวดังกล่าว.. สีหน้าเลวี่ก็ซีดลง
อาเจียนออกมาอีกครั้ง.. บางทีเลทิเซียคงไม่รู้เรื่องนี้.. จะให้เธอรู้ไม่ได้เด็ดขาด.. เลทิเซียมาเกิดใหม่ในต่างโลก
ซึ่งเธอไม่น่าจะรู้ว่าคนที่ฆ่าเธอคือน้องสาวแท้ๆ .. ภาพความโหดร้ายที่เลวี่เห็นมามันต่ำตมยิ่งกว่าฉากสงครามที่เธอเคยมาเมื่อห้าร้อยปีก่อนซะอีก
ตอนที่เธอใช้มีดแทะเนื้อหนังออกจากกัน มันเหมือนกับมือของเธอกำลังแทะเนื้อหนังสัตว์… ซึ่งความรู้สึกเหล่านั้นมันติดอยู่ที่มือของเลวี่ด้วย
เพราะเธอไม่ได้ไปมองในมุมบุคคลที่สาม แต่ไปเป็นลูเซียเลยต่างหาก เพราะงั้นฉากทุกอย่างราวกับเธอไปเป็นคนฆ่าเอง…
แต่แน่นอนว่าเลวี่ไม่ได้เห็นความทรงจำทั้งหมดหรอก อย่างตอนที่พี่สาวตายความทรงจำตรงส่วนนั้นก็ถึงกรอข้าม
..ราวกับว่าเรื่องราวในหัวของลูเซียมีเพียงแค่พี่ชายของเธอเท่านั้นที่ต้องการจดจำ.. นี่มันไม่ได้อยู่ในขั้นธรรมดาแล้ว..
คำเดียวที่อธิบายได้คือโรคจิต วิปลาส.. มากกว่า..
“ท่านพี่ เป็นอะไรหรือเปล่า”
“ข้าไม่เป็นไร..”
ด้วยความเป็นห่วงเวโรเน่รีบเคลื่อนที่มาจับร่างของเลวี่ด้วยความเป็นห่วง แต่เลวี่ก็ตอบไม่เป็นไร
เธอส่ายหัวเล็กน้อย..พยายามสะบัดความทรงจำเหล่านั้นทิ้งไว้ก่อน.. เพราะเธอเห็นสื่อกลางแล้ว..
สื่อกลางที่ทำให้ลูเซียมาโผล่ที่นี่คือความรู้สึกอันแรงกล้าต่อเลทิเซีย แม้เลวี่ไม่อยากยอมรับแต่ความรู้สึกคลั่งไคล้จนถึงขั้นวิปลาสของลูเซีย
มันรุนแรงยิ่งกว่าของเธอจนพาเธอข้ามโลกมาเลยก็ว่าได้นั่นเอง..
แผนการของเลวี่ในตอนแรกคือการหาวิธีส่งลูเซียกลับโลกก็จริง แต่ตามหลักแล้วเธอก็หวังว่าจะหาวิธีแก้การถูกควบคุมซะก่อน
แต่เลทิเซียก็ติดต่อกลับมาบอกเวลานี้พอดี.. หลังจากทราบว่าไม่มีทางอื่นเลวี่ก็จึงพยักหน้า..
ทางเดียวที่ช่วยได้คือการย้อนสื่อกลางให้ไม่ตอบสนองต่อพลังการข้ามผ่านวัฏจักรเวียนว่ายตายเกิด..
กล่าวคือ.. ต้องทำลายแนวคิดของเวทมนตร์นี้ทิ้งซะ แค่นี้ก็จะกลายเป็นเหมือนว่าทุกอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนได้แล้ว
ซึ่งแน่นอนหากว่ากันบางระดับแล้วเลวี่ไม่สามารถทำแบบนั้นได้ แต่ตอนนี้เธอภูตเป็นพวกพ้อง ภูตคือตัวตนที่สะท้อนออกมาตามรูปแบบแนวความคิดบางอย่าง
ซึ่งในตอนนั้นเองลูเซียก็กลับมาขยับตัวได้อีกครั้ง เธอพุ่งโจมตีใส่เลวี่ด้วยความเร็วสูงพริบตาเดียวก็ยกมือขึ้น
พร้อมกับโจมตีใส่เลวี่หวังที่จะสั่งหาร แต่เลวี่ก็ไม่ได้ตอบโต้ทันที เธอกล่าวขึ้นแทบจะทันทีที่เลวี่พุ่งดิ่งเข้ามา
“ภูตแห่งเวทมนตร์!!”
เลวี่ผลักเวโรเน่ออกไป ฉับพลันนั้นเองภูตขนาดจิ๋วเท่าฝ่ามือก็ปรากฏขึ้น ไม่ได้มีรูปร่างเหมือนกับอามาเระของเลทิเซีย
แต่มีลักษณะเป็นกลุ่มก้อนโฟตอนขนาดเท่าฝ่ามือ ภูตแห่งเวทมนตร์เป็นกลุ่มก้อนแสงสีขาวสะอาด พอมันปรากฏขึ้น
เวทมนตร์ทุกอย่างบนโลกราวกับตอบสนองต่อตัวของมัน แม้เลวี่จะไม่ได้แข็งแกร่งเท่าเลทิเซีย
แต่ภูตทุกตนนั้นล้วนเป็นตัวตนที่สำคัญในต้นกำเนิดที่แท้จริง กล่าวคือความสำคัญของพวกมันล้วนเป็นสิ่งที่สำคัญกว่าตัวตนของเลทิเซียซะอีก
สมมุติว่าหากภูตแห่งเวทมนตร์หายไป โลกนี้ก็จะไม่มีเวทมนตร์อีกเลย ไม่สิ ต้องบอกว่าเวทมนตร์คืออะไรเลยมากกว่า
แต่แน่นอนว่าเลวี่ไม่ได้มีความสามารถมากพอจะสั่งให้ภูตลบตัวเองออกไปได้หรอก เพราะเธอเพียงแค่ได้รับความรักจากภูตเท่านั้น
ความรู้สึกระหว่างเธอกับภูตก็เปรียบเสมือนเพื่อนกัน… แต่แน่นอนว่าหากเลวี่ต้องการเธอเพียงแค่ขอร้องให้ภูตเวทมนตร์ทำให้เวทมนตร์ที่โจมตีมาที่เธอไร้ค่าได้เช่นกัน
และเพราะแบบนั้นเมื่อลูเซียโจมตีเลวี่ ภูตแห่งเวทมนตร์ก็เปล่งแสงขาวสว่างออกมากลายเป็นเวทมนตร์ปกป้องเลวี่เอาไว้
“ฝากด้วยนะ.. คุณภูต!”
“เธอต้องการจะลบเวทมนตร์เวียนว่ายตายเกิดออกไปงั้นเหรอ?”
เลวี่ไม่จำเป็นต้องพูดสิ่งที่ต้องการ แต่ภูตแห่งเวทมนตร์ก็เข้าใจราวกับเป็นเพื่อนสนิทของเลวี่ เธอกล่าวถามเลวี่ซ้ำเหมือนจะอยากได้คำยืนยัน
เลวี่จ้องไปที่ก้อนแสงที่เป็นภูตแห่งเวทมนตร์ ทั้งคู่มองหน้ากันราวกับว่าเลวี่ยืนยันคำเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
“การลบการดำรงอยู่ของเวทมนตร์ มันจะส่งผลถึงระดับต้นกำเนิดที่แท้จริง เจ้ารู้หรือเปล่าว่าต้นกำเนิดที่แท้จริงคืออะไร?”
“ข้ารู้.. เพราะถ้าไม่ระดับนั้นก็ส่งเธอกลับไปไม่ได้ละนะ”
“ที่ข้าจะบอกคือ หมายถึงเวลาด้วย… ตัวตนของเวทมนตร์นี้จะไม่เคยมีมาก่อน… จะพูดอีกอย่างก็คือตัวตนของอีกฝ่ายจะหายไปจากโลกนี้เลย!”
“ข้ารู้…”
“ข้าหมายถึง.. เจ้าเองก็จะไม่ได้มาเกิดใหม่เหมือนกันนะเลวี่.. บางทีแม้แต่น้องสาวของเจ้าตรงนั้นก็อาจจะหายไปด้วยเลยนะ”
สายตาของภูตเวทมนตร์เอียงไปหาเวโรเน่.. ใช่แล้วหากลบออกไปจริงๆ ตัวของเลวี่ก็จะหายไปเหมือนกัน ไม่ใช่แค่ในระดับที่จู่ๆ ก็ถูกลบออกไป
แต่เป็นไม่มีตัวตนมาตั้งแต่แรกเลย ซึ่งไม่ได้มีผลเพียงแค่หายไปเท่านั้น… ดวงตาของเลวี่ยังคงมาดมั่น
“เพราะแบบนั้นข้าถึงได้เรียกเจ้ามา.. อย่างน้อยก็ช่วยอย่าลบทุกสิ่งอย่าลบเวโรเน่ออกไปเลย.. ข้าไม่อยากให้ท่านพี่.. เลทิเซียเธออยู่อย่างโดดเดี่ยว”
“อย่างน้อยเวโรเน่ก็จะอยู่เป็นเพื่อนของเธอ..”
เธอกล่าวขึ้น… แน่นอนว่าคำขอแบบนี้มันเห็นแก่ตัวมาก แต่ถึงแบบนั้นตลอดระยะเวลาห้าร้อยปีที่ผ่านมาก่อนที่เลวี่จะเกิดใหม่
ตัวตนของเธอล่องลอยไปทุกหนทุกแห่งได้ใกล้ชิดสนิทกับเหล่าภูตมากมายจนแม้แต่ตัวเธอก็ยังไม่อาจจะจดจำ
ทั้งสองคนยืนจ้องกันอยู่แบบนั้น ภูแห่งเวทมนตร์ก็ถอนหายใจออกมา
“รู้ตัวไหมว่าคำขอนั่นมันฝืนแม้แต่กฎของต้นกำเนิดที่แท้จริง..?”
“ข้ารู้.. แต่ถึงแบบนั้น… ได้โปรดเถอะ ข้าไม่อยากให้เลทิเซียต้องเจ็บปวดอีกแล้ว อย่างน้อยข้าก็อยากจะส่งน้องของเธอกลับบ้านให้ได้เพราะหากเป็นแบบนี้..เธอจะไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องฆ่าน้องสาวตัวเอง..”
“เฮ้อ… ก็ได้…”
ภูตแห่งเวทมนตร์ที่เห็นสายตาอ้อนวอนของเลวี่ เธอก็ถอนหายใจออกมาพลางตอบไปแบบนั้น ถึงจะบอกว่ายาก ใช่ว่าจะทำไม่ได้
บนโลกนี้มีภูตอยู่แทบทุกรูปแบบมีเยอะจนประกอบขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของกฎแห่งจักรวาล กฎแห่งต้นกำเนิดที่แท้จริง..
จะพูดอีกอย่างพวกเธอคือกฎ!
กลุ่มก้อนแสงเท่าฝ่ามือเพียงแค่แยกส่วนร่างกายตัวเองออกมาส่วนหนึ่งก่อนที่.. ส่วนเล็กๆ นั้นจะสลายหายไปตามความต้องการของภูตแห่งเวทมนตร์
วินาทีที่ก้อนแสงเล็กๆ นั้นหายไปอย่างง่ายดาย โลกทั้งใบก็เกิดการแปรเปลี่ยนฉับพลัน!หน้าของเลวี่ซีดลงกะทันหัน…
ภูตแห่งเวทมนตร์จ้องไปที่เลวี่…
“ลาก่อน… เพื่อนของข้า”
MANGA DISCUSSION