บทที่ 428 – เลทิเซียไร้เทียมทาน
ความจริงแล้วเลทิเซียไม่อยากฝากเรื่องของน้องสาวตัวเองไว้กับใครอื่นเลย แต่ว่าเลวี่ก็คือน้องสาวของเธอเหมือนกัน
แม้จะยังสับสนว่าควรเรียกเลวี่ว่าเพื่อนหรือน้องสาว หากเป็นช่วงเวลาปกติเลทิเซียคงสับสนจนทำอะไรไม่ถูก
เพราะสำหรับเลทิเซียแล้วไม่ว่าจะเพื่อนหรือครอบครัวล้วนสำคัญมากไม่ต่างกันก็จริง แต่ตำแหน่งในใจก็ยังแตกต่าง
ครอบครัวคือครอบครัวที่มีบางสิ่งบางอย่างที่ไม่สามารถพูดกับเพื่อนได้ แต่ก็สามารถคุยกับครอบครัวได้
ในขณะเดียวกันเพื่อนเองก็สามารถคุยบางอย่างกับที่ไม่สามารถคุยกับครอบครัวได้เหมือนกัน
ดังนั้นสำหรับเลทิเซียแล้วคำว่าครอบหรือเพื่อนล้วนสูงเสียดฟ้า อันที่จริงหากมีสถานการณ์จำเป็นเธอพร้อมจะใช้ชีวิตตัวเองป้องกันด้วยซ้ำ
อย่างไรก็ตามทั้งสองยังมีความแตกต่าง.. แต่ในตอนนี้มันไม่มีเวลาให้คิดแบบนั้นเลยสักนิดเธอมองหน้าเลวี่พร้อมกับหันหลังให้
“ฝากเด็กคนนั้นด้วย เธอชอบผลีผลามทำอะไรไม่คิด.. ส่วนฉันจะไปล้างตาสักหน่อย ใช้เวลาไม่นานหรอก”
ดวงตาเลทิเซียเหลือบขึ้น…
“มังกรสองตัวนั่นฉันจัดการเอง.. คนที่ทำให้ไวท์กับซิลเวียตาย.. ความแค้นนี้ฉันไม่มีทางยกโทษให้แน่นอน”
เลทิเซียพูดแบบนั้นก็กลายเป็นลำแสงลอยขึ้นไปบนฟ้าก่อนใคร เบื้องหน้าเธอมีคนสามคนลอยอยู่ตรงกลางคือลูเซีย
น้องสาวที่แสนสำคัญของเลทิเซีย เธอลอยอยู่ตรงนั้นด้วยดวงตาที่ว่างเปล่า ราวกับจิตใจของเธอได้ถูกปิดผนึกเอาไว้
พอมองเห็นเลทิเซียเธอก็โจมตีใส่เลทิเซียด้วยความเร็วสูง เลทิเซียถอนหายใจเบาๆ ด้วยพลังของเธอในตอนนี้ต่อให้ลูเซียมีพลังผู้กล้าในตัวสักสิบคนก็สู้เธอไม่ได้
แต่ถึงแบบนั้นเลวี่ก็เป็นคนบอกเองว่าจะจัดการทุกอย่าง หากยื่นมือเข้าไปช่วยมันจะมีความหมายอะไร
“ท่านพี่ดูสิ นี่มันคนเมื่อตอนนั้นนี่น่า!”
เฟรย์ย่าที่กอดตุ๊กตาอยู่ก็ชี้นิ้วมาที่เลทิเซียด้วยความตื่นเต้น เหมือนกับคิดว่าจะไม่ได้เจอกันแล้วซะอีก แถมเธอยังลอยเกาะหมอนเหมือนคนกำลังนอนอยู่
“ข้าก็เห็นเหมือนเจ้าเฟรย์ย่า แต่รู้อะไรไหม เราไม่จำเป็นต้องทำอะไรก็ได้”
เมย์อา พี่สาวอีกคนก็พูดอย่างเป็นมิตร ถึงฝั่งน้องจะแต่งตัวแปลกๆ แถมมีโซ่ล่ามแขนขาสองข้าง ส่วนคนพี่กลับเต็มไปด้วยระเบียบวินัย
ยืนหลังตรงราวกับผู้มากปัญญา.. เลทิเซียไม่ได้สนใจลูเซียที่พุ่งเข้ามาเลย แต่ในพริบตาต่อมาร่างของเลวี่กับเวโรเน่
ก็พุ่งพรวดเข้าไปโรมรันกับลูเซียอย่างบ้าคลั่ง แต่เลทิเซียไม่ได้สนใจเธอไม่ใช่คนพูดมากความแต่เมื่ออยู่คนที่นำพาความตายมาให้คนสำคัญเธอ
หากไม่มีสองคนนี้อยู่ก็ไม่ถูกลูเซียลิบโจมตี… จนทำให้ไวท์และลูเซียต้องตาย ดวงตาของเลทิเซียเผยแววน่ากลัว
“ฉันจะทำให้พวกแกได้ทรมานแบบเดียวกับไวท์และซิลเวีย”
เลทิเซียพูดขึ้น แต่เฟรย์ย่าก็เผยความงุนงงออกมา
“อ่า.. พูดอะไรไม่เห็นจะเข้าใจ… แต่ว่าก็ว่าเถอะนะ เทพที่อยู่กับเจ้าเมื่อตอนนั้นไปไหนแล้วซะล่ะ?”
“เฟรย์ย่าสำรวมหน่อย เทพคนนั้นอาจจะกลับไปบนแดนเทพก็ได้”
“แต่ข้าว่าดูจากน้ำเสียงเมื่อสักครู่นี้แล้ว เจ้าตัวน่าจะโกรธพวกเราเพราะเรื่องเทพนั่นไม่ใช่เหรอ? ท่านพี่บ้างครั้งก็โง่กว่าข้านะเนี่ย”
“เจ้าอย่าพูดอะไรโหดร้ายแบบนั้นสิ แบบนั้นไม่ได้หมายความว่าเธอคนนี้ทิ้งเพื่อนให้ตายในความว่างเปล่าแล้วตัวเองก็หลบหนีออกมาคนเดียวไม่ใช่เหรอ”
คำพูดของสองพี่น้องดูเต็มไปด้วยความสงสัย แต่ต่อมความโกรธของเลทิเซียกลับถูกกระตุ้น ทั้งที่คิดว่าความโกรธในหัวใจของเธอมันควรจะมอดดับไปแล้ว
มอดดับไปตั้งแต่รู้ว่าสูญเสียทุกอย่างไป.. เลทิเซียก้าวไปข้างหน้าด้วยสีหน้าที่โกรธแค้น
“พวกแก.. อย่ามาใช้สมองอันน้อยนิด.. ของตัวเองมาวัดการกระทำของซิลเวีย.. กับไวท์ พวกเธอสองคนนั้นยอมเสียสละเพื่อฉันทุกอย่าง…”
“นั่นก็หมายความว่า… เจ้ามีชีวิตอยู่เพื่อยืนอยู่บนซากศพของเพื่อนๆ เลยนี่น่า เห็นแก่ตัวนะเนี่ย? แบบนั้นสงสารเพื่อนเจ้านะเนี่ย?”
เฟรย์ย่าที่ได้ยินคำพูดเลทิเซียเธอก็อุทานออกมาด้วยความประหลาดใจ เลทิเซียที่ได้ยินแบบนั้นเธอก็หยุดชะงัก
“จริงอยู่ที่ฉันอาจจะเป็นเศษสวะที่เห็นแก่ตัว ที่ไม่ว่าจะพยายามไปมากแค่ไหนก็ช่วยพวกเธอเอาไว้… แต่…”
“แต่อย่ามานิอาจตัดสินว่าคนสำคัญของฉันคิดยังไง พวกเธอแต่ละคนล้วนเป็นคนจิตใจดี.. จิตใจดีซะจนไม่คู่ควรกับเศษสวะที่เห็นแก่ตัวแบบฉัน”
“ไม่ว่าฉันจะเคยอคติกับเธอยังไง แต่เธอก็ยังคอยอยู่ข้างๆ อย่างซิลเวีย..”
“ไม่ว่าฉันจะพลาดพลั้งทำให้เธอจนต้องเจ็บตัว แต่เธอก็ยังเชื่อฉันอย่างโคลเอ้”
“ไม่ว่าจะเป็นสเตฟานี่กับเซเรสที่มีต้นเหตุมาจากเธอทุกอย่าง แต่ทั้งคู่ก็ไม่เคยโทษเธอเลยแม้แต่น้อย”
“ไม่ว่าฉันจะเคยโกรธเธอจนเกือบจะทำร้ายเธอ แต่เธอก็ยอมเป็นเพื่อนกับฉันอย่าง ชาร์ล็อตกับอันน่า”
“หรือจะเป็นไวท์ที่คอยเป็นห่วงฉัน ทั้งๆ ที่ห่วงเรื่องกินขนาดไหนแท้ๆ เธอก็มักจะกลับมาหาฉันด้วยความเป็นห่วงตลอด”
“หรือทสึรุที่ยอมทำตามสัญญาฉันตลอด.. ไม่คิดจะผิดสัญญาเลยแม้แต่น้อย”
“ขนาดอามาเระที่ปลิวไปสุดขอบของกาลเวลาเธอยังคงคิดถึงฉัน ยังคงคิดเรื่องของฉันเขียนจดหมายข้ามกาลเวลามามอบให้กับคนแบบฉัน”
“ฉันน่ะคิดอยู่ตลอดว่าความใจดีแบบนี้ ที่พวกเธอมอบให้ฉันมันมากเกินไป.. ฉันไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่าพวกเธอถึงใจดีกับฉันขนาดนั้น”
“เพราะงั้นพวกเธอจะว่าการกระทำของฉัน.. จะด่าฉันยังไง ฉันก็ไม่เคยสนใจหรอก แต่ถ้าหากกล้าตัดสินความดีของคนสำคัญฉันด้วยมันสมองระดับกิ้งก่าบินได้อย่างพวกเจ้าอีกครั้ง ฉันจะฉีกพวกแกเป็นชิ้นๆ ให้กิ้งก่ากินซะ”
เลทิเซียพูดแบบนั้นด้วยความโกรธ เฟรย์ย่าที่ได้ยินแบบนั้นเธอก็หัวเราะพร้อมกับพูดขึ้น
“นานมาแล้วนะ ที่ข้าไม่ได้ยินคนเรียกข้าว่ากิ้งก่า เพราะคนล่าสุดคือจักรพรรดิความตายใช่ไหมนะ คนที่ข้าฆ่าไปน่ะ”
“เฟรย์ย่า.. เจ้าจำผิดแล้ว คนล่าสุดคือคนตรงหน้าต่างหาก”
มังกรสองพี่น้องพูดแบบนั้นเสร็จก็กางเขตแดนควบคุมโลกเป็นของตัวเองขึ้นแบบเดียวกันที่ปะทะกับเลทิเซียรอบก่อนหน้า
เฟรย์ย่าโยนตุ๊กตาตัวหนึ่งออกมาพร้อมกับตุ๊กตาตัวนั้นกลายเป็นยักษ์ขนาดใหญ่ตัวหนึ่ง ในขณะที่ร่างทั้งสองก็ปลดพลังทั้งหมดของมังกร
เป็นร่างที่ทิ้งเค้าโครงความเป็นมนุษย์ไป แต่ไม่ได้กลายเป็นมังกร ร่างพวกเธอเต็มไปด้วยเกล็ดมังกร แม้ยังมีขาสองขาและแขนสองข้าง
นอกนั้นไม่ว่าจะเขาหรือหางที่เพิ่มมา แม้แต่ดวงตาก็ยังเป็นของมังกร เลทิเซียไม่ได้เคลื่อนไหวอะไรทั้งสิ้น
แต่ครั้งนี้แตกต่างจากรอบก่อน ที่เธอไม่ทำอะไรเพราะวางแผนบางอย่าง.. เพราะครั้งนี้เธอไม่ทำอะไรเลยจริงๆ เธอเพียงยืนเฉยๆ
รออีกฝ่ายทำทุกอย่าง.. พร้อมกับพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงธรรมดา
“เสร็จหรือยังกิ้งก่าติดปีก ฉันรอนานแล้วนะ”
ในความคิดเลทิเซียตอนนี้มีทั้งความเกลียดและความโกรธผสมปนกันจนมั่วไปหมด จนกลายเป็นความดูถูก
ความดูถูกต่อความอ่อนแอตรงหน้า มันอ่อนแอจนน่าขยะแขยง จนไม่คิดว่าสาเหตุที่ทำให้เพื่อนเธอตายจะอ่อนแอได้ขนาดนี้
ดวงตาของเฟรย์ย่าและเมย์อาจ้องไปที่เลทิเซีย ก่อนที่ตุ๊กตานั้นจะพุ่งไปโจมตีที่เลทิเซียด้วยความเร็วที่แหวกข้ามห้วงแห่งกาลเวลา
พริบตาเดียวก็โจมตี กฎเกณฑ์ของสรรพสิ่งล้วนพังทลาย แม้แต่กฎแห่งปริภูมิและเวลาล้วนแตกกระจายจนเกิดให้เห็นรอยแยกมิติ
โจมตีใส่ร่างเลทิเซียอย่างโหดเหี้ยม แต่ทว่าในพริบตาเดียวที่มันโจมตีกำลังจะถึงตัวเลทิเซียร่างของมันก็พลันแตกกระจุยฉีกขาดเป็นเสี่ยงๆ
และกลายเป็นเศษซาก เฟรย์ย่ากับเมย์อาต่างพากันเบิกตากว้าง ทว่ายังไม่ทันไรร่างทั้งสองก็แตกกระจุยไปอย่างง่ายดาย
ทักษะ.. ‘บาเรียไร้ขอบเขต’ คือการสร้างบาเรียรูปแบบหนึ่ง แต่พลังที่มันแข็งแกร่งที่สุดคือพลังระดับที่เป็นสิ่งไร้ทางต้าน
หากมีใครสัมผัสบาเรียโดยไม่รับอนุญาต ไม่ว่าจะเป็นการโจมตีหรืออะไรล้วนแต่ไร้ผลทันที พร้อมกับสิ่งสิ่งนั้นจะถูกทำลายไปโดยไม่สนเหตุหรือผล
ในขณะเดียวกัน ยังมีทักษะ.. ‘จิตมุ่งร้าย’ คือตามชื่อเลทิเซียสามารถใช้ทักษะนี้ข่มขู่คนอื่นจนกลัวได้
แต่หากพูดถึงพลังที่แข็งแกร่งที่สุดของมัน คือขอแค่ใครมีจิตมุ่งร้ายเลทิเซียล้วนตกตายไปโดยไม่สนระยะหรือเงลา ไม่สนพลังป้องกันของอีกฝ่าย
นี่คือพลังที่กำหนด..โลก.. ใบนี้!
ตลอดมาเลทิเซียปิดทักษะเหล่านี้เอาไว้เพราะเธอไม่ต้องการให้คนร้ายที่อยากจะทำร้ายเธอตายไปหมด เพราะมันจะทำให้เธอไม่รู้ว่าทำไมถึงอยากทำร้ายเธอ ?
เลทิเซียโบกมือหนึ่งครั้งมิติที่เมย์อาสร้างก็แตกสลายไปอย่างง่ายดาย..
“ด้วยการผสมของทักษะจิตมุ่งร้ายกับทักษะปฏิเสธโลกา.. ทำให้พลังมันปฏิเสธการฟื้นฟูของพวกแกสิองพี่น้องทั้งคู่.. แต่รู้อะไรไหม ฉันไม่ให้พวกแกตายง่ายขนาดนั้นหรอก!”
เลทิเซียพูดแบบนั้นเสร็จก็ฉีกอากาศดึงเอาดวงวิญญาณของทั้งสองที่กำลังจะตายกลับมามีชีวิตอยู่ชั่วคราว ก่อนจะทำให้เฟรย์ย่าปวดหัวทรมาน
และให้เมย์อาถูกผนึกลงไปในดาบ.. ก่อนที่จะให้เฟรย์ย่าหักดาบถ้าอยากเลิกปวดหัวทรมาน..และหากดาบหัก.. เมย์อาจะตายด้วยฝีมือน้องสาวตัวเอง
ก่อนที่เฟรย์ย่าที่สูญเสียพี่จะตกตายตามกันไป
….นี่แหละ คือ.. ความไร้เทียมทานของเลทิเซียในยามนี้
MANGA DISCUSSION