บทที่ 396 – ความกล้าที่จะเผชิญ
ส่วนเรื่องที่ไอรีนหน้าตาเหมือนอาจารย์เวโรเน่เลทิเซียเลิกสนใจไปนานแล้ว เพราะว่าดูเหมือนเธอจะแค่หน้าเหมือนเฉยๆ
เพราะดูเหมือนเธอจะไม่รู้จักเลทิเซีย อีกทั้งด้วยพลังเวทมนตร์ของเธอเลทิเซียมั่นใจว่าต่อให้ไม่มีพลังของผู้กล้าเธอก็สามารถต่อกรกับเหล่าผู้กล้าได้
หมายความว่าเธอไม่จำเป็นต้องถือครองพลังของผู้กล้า.. ไม่สิหากเธอถือครองพลังผู้กล้ามันจะทำให้เธออ่อนแอลงด้วยซ้ำ
เพราะพลังผู้กล้านั้นแตกต่างจากเวทมนตร์แม้ไม่ขัดแย้งกันมาก แต่หากไอรีนถือครองพลังผู้กล้า ความรู้ที่เธอศึกษาเพื่อใช้เวทมนตร์แห่งการแทรกแซงจะไร้ประโยชน์
เพราะเมื่อถือครองพลังผู้กล้า ความละเอียดอ่อนในการแทรกแซงจะหายไป เพราะพลังของผู้กล้าเป็นเหมือนส่วนหนึ่งของกฎแห่งโลกใบนี้
แต่เวทมนตร์แทรกแซงคือการแทรกแซงกฎของโลก.. มันขัดแย้งในตัวมันเองแม้ไม่ได้หักล้างแต่ไอรีนคงใช้เวทมนตร์ยากขึ้นแน่นอน
ดังนั้นเธอจึงไม่มีความจะเป็นที่จะถือครองพลังของผู้กล้าเลยด้วยซ้ำ ดังนั้นไอรีนก็แค่คนหน้าเหมือน..
เอาเถอะยังไงซะก็ห่างกันเป็นห้าร้อยปีเลยเชียวนะ ขนาดในยุคเดียวกันยังมีโอกาสที่จะมีคนหน้าเหมือนกันเยอะเลย
แต่นี่ห่างกันถึงห้าร้อยปีด้วย จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่จะเจอ…
“แต่ถึงเจ้าจะพูดแบบนั้นก็เถอะนะ… แต่ตอนนี้พวกเราก็เจอทางตันแล้ว ลูกน้องของจอมมารลงมือก่อนแบบนี้หากพวกเราตอบโต้ก็มีหวังกลายเป็นศัตรูแน่!”
แต่เหมือนเลทิเซียจะไม่ได้สนใจเท่าไหร่
“แล้วก็ฉันขอแนะนำตัวอีกครั้ง ฉันชื่อเลทิเซีย ยินดีที่ได้รู้จัก”
“ไอ้ท่าทางเหมือนไม่ทุกข์ร้อนอะไรของเจ้า..ข้าละเข้าใจเจ้ายากจริงๆ .. นี่ข้าดูเป็นคนโง่ไปเลยหรือเปล่าเนี่ย? เฮ้อ ช่างเถอะ ข้าชื่อไอรีน ยินดีที่ได้รู้จัก”
“ข้าเวโรเน่”
ทั้งสามคนแนะนำตัวกันโดยไม่สนว่าตัวเองโดนล้อมและหากตอบโต้กลับมีหวังเกิดเป็นการต่อสู้ ถ้าเป็นแบบนั้นขืนผูกมิตรไม่ได้พอดีสิ
แน่นอนว่าเลทิเซียไม่สนใจเพราะเธอกำลังเดาว่าทำไมอีกฝ่ายถึงโจมตีมาแบบนี้ ถ้าไม่ใช่คำสั่งจอมมาร?
หรือว่าจะไม่ใช่คนเดียวกับที่แอบดูพวกเธออยู่ที่โรงเตี๊ยมที่คอยรายงานให้จอมมารฟัง? ไม่สิ… คนอื่นต้องไม่รู้ถึงการดำรงอยู่ของพวกไอรีนสิ
ยังไงข้อมูลก็ต้องมาจากเจ้านั่นแน่ๆ … ถ้างั้นก็หมายความว่าเจ้านั่นมันทำตามอำเภอใจตัวเองงั้นเหรอ
แต่ไม่มีลูกน้องจอมมารคนไหนที่จะขัดคำสั่งจอมมารตัวเองนี่น่า … หรือว่าเจ้านั่นก็เป็น… หมาสองหัวที่คอยรับใช้เผ่าอื่นอยู่ด้วย?
สาเหตุที่เลทิเซียคิดว่าเป็นเผ่าอื่นนั้นเป็นเพราะว่า หากเกิดการต่อสู้ไม่ฝ่ายจอมมารเสียหายก็ฝ่ายมนุษย์ที่สูญเสียคนสำคัญของเผ่า
กล่าวคือหมาสองหัวที่เจ้านั่นรับใช้อยู่อาจจะไม่ใช่มนุษย์หรือปีศาจจากประเทศอื่นแต่เป็น.. เผ่าอื่นนั่นเอง
แต่แบบนั้นเรื่องมันจะบังเอิญเกินไปหน่อยไหม.. ที่ดันบังเอิญมาเจอหมาสองหัวแบบนี้ ต่อให้เป็นยุคนี้การจะทำงานเป็นเหมือนสายลับ
เลทิเซียรู้ว่ามันไม่ง่ายเลย เพราะจอมมารล้วนแต่เป็นพวกจิ้งจอกเฒ่ามากแผนการ.. ดังนั้นการจะไปเจอกับสายลับนั้นคงไม่มีให้เห็นบ่อยนัก
ไม่สิ.. จะบังเอิญไปหน่อยหรือไม่มันไม่เกี่ยวกันแล้วตอนนี้ เลทิเซียต้องวางแผนเอาไว้เพื่อรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ
เช่นว่าหากอีกฝ่ายเป็นกึ่งมนุษย์…. ไม่สิ ยังมีจักรวรรดิมังกรที่มีโอกาสเป็นไปได้เหมือนกันนี่น่า?
“ข้าชื่อ เนล ยินดีที่ได้รู้จักนะ!”
ไม่รู้ว่าเนลตื่นขึ้นมาตั้งแต่ตอนไหน เสียงของเนลเรียกเลทิเซียกลับมามีสติอีกครั้ง เธอพูดกับทุกคนแบบนั้นแล้วก็พูดต่ออีกว่า
“พวกพี่สาวจะหยุดสงครามใช่ไหม ให้ข้าไปด้วยเถอะนะ!”
ไอรีนที่ได้ยินแบบนั้นเธอก็อึ้งเล็กน้อย ก่อนที่จะจ้องมองไปที่ดวงตาของเนล ราวกับมองทะลุเข้าไปในจิตใจของเธอ
ภายในเบื้องลึกของเธอนั้น ยังมีความเกลียดชังต่อสงครามที่ล้ำลึก ซึ่งเพราะคำพูดของไอรีนทำให้เนลเปลี่ยนความคิดของเธอ
อันที่จริงเด็กธรรมดาคงไม่เข้าใจสิ่งที่ไอรีนพูดตอนนั้น แต่เนลนั้นเข้าใจเพราะเธอประสบพบเจอกับสิ่งเลวร้ายมามากมาย
พอเป็นแบบนั้นมันทำให้จิตใจและความรู้ของเธอเติบโตไปมากกว่าเดิม เนลรู้ว่าตนเองในตอนนี้ไม่มีพลังเพียงพอที่จะปกป้องตนเอง
แต่เมื่อเธอตื่นขึ้นเธอก็ได้ยินสิ่งที่ทั้งสามคุยกัน.. เธอจึงตัดสินใจที่จะขอร้องให้พวกเธอพาไปด้วย
ไม่ใช่เพื่อปกป้องเธอ แต่เพื่อให้เธอได้เติบโต.. และเห็นประวัติศาสตร์การสิ้นสุดของสิ่งที่เธอเกลียดที่สุด
แบบนี้แหละ มองสิ่งที่พรากชีวิตพ่อกับแม่และพี่ชายของเธอไปอย่างใกล้ชิด.. นี่ต่างหากถึงจะเป็นเป้าหมายในชีวิตของเธอ
ไม่ใช่ใช้ชีวิตไปวันๆ รอใครสักคนมายุติสิ่งที่ตัวเองเกลียด แต่อยากเห็นมันด้วยความใกล้ชิด
จริงอยู่ที่เด็กตัวเท่านี้แบบเธออาจจะไม่มีประโยชน์ เรื่องนั้นเนลรู้ตัวเองดี.. รู้ดียิ่งกว่าใคร..
“ข้ารู้ว่าต่อให้พาข้าไปก็ไม่มีประโยชน์… แต่อย่างน้อย.. อย่างน้อยก็ให้ข้าได้ช่วยถือของก็ยังดี ข้าแค่อยากจะมีเป้าหมายในชีวิตบ้าง!”
“ตลอดมา.. ตลอดมาตั้งแต่เกิดข้าไม่เคยคิดถึงเรื่องแบบอนาคตต้องไปทำอะไร หลังจากที่ข้าอายุสิบแปดต้องทำอะไรด้วยซ้ำ”
“สำหรับข้าการที่ได้อยู่กับครอบครัวตลอดไปนั่นแหละคือความสุขของข้า แต่..ว่าครอบครัวข้าตายไปหมดแล้วเพราะสงคราม”
“ดังนั้น.. ได้โปรดให้ข้าได้เห็นสงครามครั้งนี้สิ้นสุดลงด้วยเถอะ!”
เนลกล่าวความรู้สึกของเธอออกมาตามตรง เวโรเน่กับไอรีนจ้องหน้ากันก่อนที่จะก้มลงไปมองเนล
เวโรเน่นั้นรู้ดีว่าการสูญเสียครอบครัวที่สำคัญมันทำให้เธอไร้จุดหมายเพียงใด หากเพราะไม่มีไอรีนเธอก็คงยังจมปลักอยู่กับความอ้างว้างและโดดเดี่ยว
แต่นั่นมันก็ตอนเธออายุสิบแปดปีแล้วนะ!
เด็กคนนี้พึ่งจะสิบขวบเองเท่านั้น เด็กที่พึ่งจะรู้จักโลกได้ไม่กี่ปีกลับต้องมาเจอเรื่องโหดร้าย เรื่องที่แสนเจ็บปวด
ถูกบังคับให้ต้องเติบโต ถูกบังคับให้ต้องใช้ชีวิตต่อไป… ไอรีนนิ่งเงียบไปพักหนึ่งก่อนจะถามขึ้นว่า
“สิ่งที่พวกจะทำมันอันตรายนะ”
“ข้ารู้… แต่ถึงแบบนั้น.. ข้าก็ไม่อยากให้มีคนที่รู้สึกแบบข้าอีกแล้ว ความรู้สึกที่ครอบครัวตายลงไปต่อหน้าต่อตานั่นน่ะข้ายังจำได้แม่น.. เพราะงั้น ข้าถึงอยากไปด้วย”
“ข้าเข้าใจแล้ว”
ไอรีนพยักหน้าเห็นด้วย เลทิเซียที่เห็นแบบนั้นก็หนังตากระตุกเล็กน้อย เธอที่เงียบมานานก็พูดขึ้น
“เดี๋ยวสิ.. สิ่งที่เราจะทำมันไม่ใช่การเล่นสวมบทบาทเป็นผู้กล้าไปหยุดสงคราม พวกเธอเข้าใจใช่ไหม ไอรีน เวโรเน่?”
เลทิเซียไม่ได้พูดกับเนลแต่พูดกับสองพี่น้องที่เห็นด้วยพ้องกันจะพาเด็กคนนี้ไปด้วย เลทิเซียพอเข้าใจว่าทำไมเวโรเน่ถึงเห็นด้วย
เพราะเด็กคนนี้อาจจะให้ความรู้สึกเหมือนเวโรเน่มองตัวเองอยู่ก็ได้ แต่ไอรีนไม่ใช่คนที่ทำตัวตามความรู้สึกของตัวเองนี่น่า
เพราะว่าที่คุยกันมาไอรีนเป็นคนที่ใช้เหตุผลนำหน้าเสมอ ไม่ว่าจะเป็นต่อรองกับเลทิเซียหรือทำอะไรก็ช่าง
เพราะตั้งแต่เริ่มคุยกันมา ไอรีนยังไม่เคยถามว่า ‘ทำไมถึงเรียกข้าว่าอาจารย์เวโรเน่’ สักคำเลยทั้งๆ ที่มันน่าจะเป็นความสงสัยที่มากกว่าอะไร
แต่เพราะเธอคิดว่ามันไม่ได้สำคัญต่อแผนการ เธอจึงสร้างเส้นทางเพื่อผูกมิตรก่อนนั่นเอง.. หรือก็คือเธอไม่น่าจะให้อารมณ์พาไปสิ
ไอรีนที่ได้ยินแบบนั้นเธอก็พยักหน้า
“แน่นอนสิ”
“เธอรู้ใช่ไหมว่า ถ้าพาเด็กนี่ไปด้วยจะกลายเป็นจุดอ่อนร้ายแรงของพวกเราที่แสดงตัวเป็นกลาง ไม่เพียงแต่พวกเราจะอันตรายแต่เด็กนี่ก็เหมือนกัน”
“ข้ารู้”
“ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปพวกเราจะกลายเป็นเป้าที่ถูกหมายหัวสำหรับจักรวรรดิมังกรที่บ้าสงครามและคนจากทั่วทวีปอีกมากมายที่อาจจะคิดว่าเราเป็นศัตรู เพราะพวกเราทำตัวเป็นกลาง”
“ใช่”
“อีกทั้งหากเด็กคนนี้ถูกจับไปรีดเค้นข้อมูลละก็.. จับเป็นตัวประกันละก็..”
“ข้าเข้าใจที่เจ้าจะบอกนะ แต่ไม่ต้องห่วงข้าจะปกป้องเธอเอง.. แล้วก็ข้าไม่มีทางที่จะปล่อยให้เด็กที่มีความกล้าหันหน้าเผชิญเข้ากับสงครามทั้งที่ตัวแค่นี้หรอก นี่ต่างหากผู้กล้าที่แท้จริง!”
เลทิเซียที่ฟังแบบนั้นก็แทบจะทุบหัวตัวเองพร้อมกับอยากจะตอกหน้ากลับไปว่า เด็กนี่แค่รู้เท่าไม่ถึงการเท่านั้นแหละ!
ถึงจะเคยเป็นเหยื่อของสงครามแต่ใช่ว่าจะเข้าใจสงครามของทั้งโลกสักหน่อยนะ!อีกอย่าง.. เลทิเซียขอเปลี่ยนคำพูด
ยัยคนที่ชื่อไอรีนนี่มันเหมือนเวโรเน่ไม่มีผิดเลยนี่น่า!
เลทิเซียรู้สึกว่า.. นี่ใช่คนที่เธอตามหาจริงหรือเปล่าเนี่ย..?
MANGA DISCUSSION