เมื่อได้อ่านข้อความในจดหมายน้ำตานางก็ไหลพรากลงมาไม่หยุด พร้อมกับความรู้สึกที่หลากหลายพรั่งพรูออกมา นางโกรธเขาก็จริงแต่มันไม่อาจเปลี่ยนความรักที่มอบให้ได้ ยิ่งเมื่อรู้ว่าเขาจะต้องไปประจำการชายแดนที่มีอันตรายเช่นนั้นยิ่งเป็นห่วงมาก แต่จะทำอย่างไรได้ในเมื่อฟ้าลิขิตให้เป็นอย่างนี้แล้ว นางไม่อาจเปลี่ยนชะตาชีวิตได้ เขาไม่ยอมแม้กระทั่งมาร่ำลากันซึ่ง ๆ หน้าแม้ว่าจะต้องห่างกันไกล แต่ก็ดีแล้วจะได้ตัดใจง่ายยิ่งขึ้น จดหมายฉบับนี้นางจะถือว่าเป็นจดหมายบอกเลิกอย่างเป็นทางการก็แล้วกัน
“ข้ารู้ว่าท่านกำลังจ้องมองข้า หากท่านยังเป็นลูกผู้ชายพอควรจะมาบอกกับข้าด้วยตัวเอง ไม่ควรส่งจดหมายมาให้ข้าอ่านด้วยวิธีนี้ ท่านมันขี้ขลาดตาขาว ใจปลาซิว ไม่แม้จะกล้ามองหน้าข้า ฮือ ๆ ได้! จากนี้ไปเราไม่ต้องมาเจอหน้ากันอีกตลอดชีวิต”
เหม่ยหวาตะโกนออกไปอย่างสุดเสียงเพื่อให้นายท่านได้ยิน ก่อนที่นางจะทรุดตัวลงนั่งบนพื้นอย่างหมดสภาพ ใบหน้าสวยแปดเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา ร้องไห้ปานจะขาดใจ ครั้งสุดท้ายแท้ ๆ แต่เขาไม่ยอมแม้แต่จะมาเจอหน้ากัน จะไม่ให้นางร้องไห้คร่ำครวญอย่างนี้ได้เช่นไรกัน
หยางจื่อถงที่ยืนซ่อนตัวอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ ได้แต่หลั่งน้ำตาออกมาอย่างไร้เสียงสะอื้น ตัดสินใจไม่มองภาพนั้นให้เจ็บปวด ก่อนจะรีบเดินออกไปจากตรงนั้น
“เหม่ยเหมย”
“คุณหนูเจ้าคะ ฮือ ๆ”
เมื่อเห็นซินอวี่วิ่งเข้ามานั่งข้าง ๆ นางก็รีบโผกอดทันที เสียงสะอื้นไห้ยังคงดังต่อเนื่องไม่มีทีท่าว่าจะหยุดง่าย ๆ แม้ซินอวี่จะพยายามปลอบใจก็ตาม
“ข้าขอโทษที่ทำให้เจ้าต้องเสียน้ำตา ข้านัดเจ้ามาที่นี่ก็เพราะอยากให้เจ้ากับท่านพี่ได้เจอหน้ากันอีกสักครั้ง ได้ปรับความเข้าใจกัน แต่ข้านึกไม่ถึงว่าท่านพี่จะใจร้ายถึงเพียงนี้ ส่งแค่จดหมายมาให้เจ้าเท่านั้น”
“คุณหนูไม่ผิดเจ้าค่ะ คนที่ผิดคือท่านแม่ทัพหยาง เขาคงไม่อยากเห็นหน้าข้าแล้ว”
“ท่านพี่ไม่เคยเกลียดเจ้า แต่เพราะรักต่างหากถึงต้องทำเช่นนี้ ท่านพี่ไม่อยากเห็นเจ้าร้องไห้ต่อหน้า ไม่อยากเห็นเจ้าเจ็บปวด อยากให้เจ้าเริ่มต้นชีวิตใหม่กับคุณชายซุนไห่”
“แล้วทำไมไม่ถามความเห็นจากข้าก่อนเล่า ว่าข้าอยากให้ชีวิตตัวเองเป็นเช่นไร ทำไมเขาต้องคิดแทนข้าด้วย ฮือ ๆ”
“ท่านพี่เป็นคนเด็ดขาด หากตัดสินใจแล้วย่อมทำให้ได้ ไม่เกรงกลัวต่ออะไรทั้งสิ้น ท่านพี่ยอมไปประจำการชายแดนก็เพื่อเลี่ยงที่จะแต่งงานกับแม่นางหมิงซวน แม้รู้ว่ามันอันตรายมากแค่ไหน ที่ยอมปล่อยเจ้าไปก็เพราะอยากให้เจ้ามีชีวิตที่ดีกว่า ไม่อยากให้เจ้าต้องมาเป็นเพียงแค่อนุ”
“ชีวิตข้าไม่เคยต้องการความสุขสบาย ข้าต้องการเพียงได้อยู่เคียงข้างชายผู้เป็นที่รัก เขาไม่เคยเข้าใจข้าเลยเจ้าค่ะคุณหนู นี่หรือที่เรียกว่ารัก”
“นี่ล่ะพี่ชายข้า เก่งเรื่องวางแผนการรบแต่เรื่องความรักกลับไม่ได้เรื่องเอาเสียเลย เจ้าอยากจะพบหน้าท่านพี่อีกครั้งหรือไม่ ข้าจะพาเจ้าไปที่จวนตอนนี้เลย ป่านนี้ท่านพี่น่าจะถึงแล้ว”
“ไม่เจ้าค่ะ ข้าจะกลับบ้าน ในเมื่อเขาไม่อยากเจอหน้าข้า แล้วเหตุใดข้าต้องแบกหน้าไปที่นั่นด้วยเล่า ขอบพระคุณคุณหนูและพี่อาเฟยมากนะเจ้าคะที่หวังดีต่อข้าเสมอมา”
“เพราะข้ารักเจ้าอย่างใดเล่า อยากให้เจ้ามาเป็นพี่สะใภ้ แต่คิดว่าคงไม่มีโอกาสแล้ว…ใช่ไหม”
“เจ้าค่ะ มันคงไม่มีโอกาสเป็นไปได้แล้ว”
“ข้าเสียใจเหลือเกินเหม่ยเหมยที่ไม่สามารถช่วยเจ้าได้มากกว่านี้” ซินอวี่เองก็น้ำตาซึมเช่นกันที่ได้เห็นความเศร้าของนาง สงสารทั้งคู่ที่โดนโชคชะตากลั่นแกล้งเช่นนี้ ทั้งที่รักกันมาก
“คุณหนูอย่าโทษตัวเองเลยนะเจ้าคะ”
“แม้จะไม่ได้เป็นพี่สะใภ้ข้าแล้ว เรายังเป็นเพื่อนกันได้หรือไม่”
“เจ้าค่ะคุณหนู”
“เป็นเพื่อนกันแล้วอย่าเรียกข้าว่าคุณหนู เจ้ามิใช่สาวใช้ในเรือนข้าแล้วนะ”
“อื้ม ซินอวี่ ตอนนี้เราเป็นเพื่อนกันแล้วนะ”
“ข้าดีใจที่ได้เป็นเพื่อนกับเจ้าจริง ๆ เสียที”
“ข้าก็เช่นกัน”
นางทั้งสองกอดกันอย่างแนบแน่นด้วยความซาบซึ้งใจเป็นที่สุด แม้นสถานะจะเปลี่ยนไปแล้วแต่ก็สามารถเป็นเพื่อนกันได้ ความจนความรวยมิอาจกั้นขวางมิตรภาพแห่งความเป็นเพื่อนได้
MANGA DISCUSSION