ข่าวที่เซี่ยอันหรานและหมิงเยี่ยนเฟยชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องอื้อฉาวนี้เป็นหัวข้อข่าวที่ยึดครองเว็บไซต์ใหญ่ๆเพียงวันเดียว หลังจากหลายวันผ่านไปก็มีข่าวใหญ่เกี่ยวกับงานวันเกิดของฉู่เสี่ยวเสี่ยว ดาวหน้าใหม่ผู้บริสุทธิ์ของบริษัทซิงหยวน เมื่อเซี่ยอันหรานเห็นข่าวนี้เธอก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย เธอรู้จักฉู่เสี่ยวเสี่ยวดีและรู้ว่าวันเกิดของฉู่เสี่ยวเสี่ยวไม่ใช่ตอนนี้
งานวันเกิดที่ฉู่เสี่ยวเสี่ยวจัดขึ้นในตอนนี้ จริงๆแล้วเธอกำลังจงใจสร้างกระแสเพื่อเบี่ยงเบนข่าวนั้น
อย่างไรก็ตามบริษัทซิงหยวนก็สนับสนุนฉู่เสี่ยวเสี่ยวอย่างเต็มที่ โดยเชิญดาราชื่อดังหลายคนมางานวันเกิดของเธอ งานวันเกิดที่จัดขึ้นสำหรับนักแสดงหน้าใหม่ที่ยังไม่ได้เดบิวต์แต่จัดงานใหญ่ซะเหมือนงานประกาศรางวัลเทศกาลภาพยนตร์ ประเด็นร้อนในเว็บบอร์ดหลักในตอนนี้ก็คือฉู่เสี่ยวเสี่ยวคือใคร?ทำไมเธอถึงมีอิทธิพลมากขนาดที่เชิญดาราชื่อดังมากมายมาช่วยเสริมในงานได้
ดาราตัวเล็กๆที่ยังไม่ได้เดบิวต์ ทั้งๆที่ไม่มีพลังความสามารถแต่กลับสามารถเชิญดาราชื่อดังมากมาย แต่ไม่มีใครพบหลักฐานที่ว่าฉู่เสี่ยวเสี่ยวมาจากครอบครัวที่ร่ำรวย เพราะอย่างนั้นก็แสดงว่าฉู่เสี่ยวเสี่ยวมีผู้ชายที่แข็งแกร่งและมีอำนาจอย่างมากอยู่เบื้องหลังเธออย่างแน่นอน
ดังนั้นตอนนี้หัวข้อที่ร้อนแรงที่สุดที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับฉู่เสี่ยวเสี่ยวก็คือคนที่อยู่เบื้องหลังฉู่เสี่ยวเสี่ยวคือใคร
เซี่ยอันหรานคลิกสัมภาษณ์ของฉู่เสี่ยวเสี่ยวและเห็นรูปถ่ายของเธอที่สวมกระโปรงยาวสีขาวทั้งตัวที่กำลังให้สัมภาษณ์ นักข่าวใช้คำพูดที่สรรเสริญฉู่เสี่ยวเสี่ยวทั้งหมดไว้ในบทความนี้ โดยบอกว่าเธอเป็นสายน้ำใสสะอาดที่เย็นชุ่มฉ่ำสายสุดท้ายในช่วงฤดูใบไม้ผลิของแวดวงการบันเทิงและบอกว่าเธอบริสุทธิ์ราวกับนางฟ้าที่บริสุทธิ์และยังบอกอีกว่าเธอเป็นคนไร้เดียงสาใจดีและอ่อนโยนอย่างไร
เมื่อเธอถูกถามว่ามีข้อเรียกร้องอะไรเกี่ยวกับแฟนบ้าง ในข่าวนั้นระบุในสิ่งที่เธอตอบนักข่าวว่า: “จริงๆแล้วฉันไม่เคยมีความรักมาก่อน สำหรับผู้หญิงที่โง่เขลาอย่างฉัน ไม่รู้จริงๆว่าจะคบกับผู้ชายคนอื่นๆยังไง ตอนนี้ฉันแค่อยากทำหน้าที่ของตัวให้ดี แต่ถ้าถามสิ่งที่ฉันต้องการจากผู้ชายคนหนึ่งก็คงเป็นเรื่องอีกฝ่ายต้องเป็นคนใจดีและปฏิบัติต่อฉันอย่างดี ฉันไม่สนเลยว่าอีกฝ่ายจะมีเงินหรือไม่ ฉันคิดว่าผู้ชายที่ดีจากภายในคือสิ่งที่สำคัญที่สุด "
“ภายในสำคัญที่สุด?ไม่สนว่าผู้ชายจะมีเงินไหม?” เซี่ยอันหรานอดไม่ได้ที่จะหัวเราะอย่างเยาะเย้ยขึ้นมา บางทีนี่อาจเป็นคำตอบทางการทั่วไปของดาราคนอื่นๆ แต่ฉู่เสี่ยวเสี่ยวเป็นคนแบบไหน? ในชีวิตทั้งชาติที่แล้วและชาตินี้ของเซี่ยอันหรานต่างก็มองเห็นได้อย่างถี่ถ้วน หากชายคนหนึ่งไม่มีอำนาจฉู่เสี่ยวเสี่ยวจะเข้าใกล้งั้นเหรอ? เซี่ยอันหรานรู้สึกว่าคำพูดของฉู่เสี่ยวเสี่ยวดูปลอมเกินไปแล้ว
เซี่ยอันหรานหัวเราะออกมาเล็กน้อยและกำลังจะวางโทรศัพท์ลง ก็เห็นแม่ของเธอโทรมาพอดี
เซี่ยอันหรานรีบรับโทรศัพท์ทันทีและถามอย่างเป็นห่วง: “แม่ เป็นอะไรหรือเปล่า?เกิดเรื่องอะไรขึ้นเหรอคะ?”
“ถ้าไม่มีเรื่องอะไรก็โทรหาลูกไม่ได้เลยหรือไง" กู้เหม่ยอวี้พึมพำกับโทรศัพท์ “อืมใช่ ลูกเห็นข่าวหรือยัง?”
“ข่าวอะไร?” เซี่ยอันหรานขมวดคิ้วอย่างสงสัย
"ข่าวของเสี่ยวเสี่ยวไง เมื่อกี้ฉันเห็นในทีวี เห็นว่าเธอกำลังจัดงานวันเกิดแถมยังมีดาราดังๆเยอะแยะไปร่วมงาน ไม่คิดเลยว่าตอนนี้เธอก็ไปเป็นนักแสดงเหมือนกัน ฉันยังเอาแต่กังวลว่าเธอจะใช้ชีวิตอย่างไร ฉันกลัวว่าเสี่ยวเสี่ยว จะมีชีวิตที่ไม่ดีฉันก็เลยไปหาเธอที่โรงเรียน เพื่อนร่วมชั้นของเธอต่างก็บอกว่าพวกเขาไม่รู้จักเสี่ยวเสี่ยว ตอนนั้นทำฉันตกใจมากเลยนะ ฉันคิดว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นกับเสี่ยวเสี่ยว? ไม่คิดเลยจริงๆว่าตอนนี้เธอจะกลายเป็นดาราคล้ายๆกับลูก เพื่อที่จะได้เดบิวต์เอเจนซี่ของเธอต่างปิดปากเงียบเกี่ยวกับประสบการณ์ก่อนหน้านี้ของเธอ"
กู้เหม่ยอวี้ถอนหายใจยาวราวกับว่าเธอรู้สึกโล่งใจขึ้นมาแล้วจริงๆ แม้แต่น้ำเสียงของเธอก็ดูผ่อนคลายลงมาก: "แต่ได้รู้ข่าวคราวของเสี่ยวเสี่ยวก็ดีแล้วแหละ ต่อไปถ้าลูกเจอเธอก็อย่าไปพูดอะไรที่ดูเหมือนเธอเคยทำอะไรผิดมา ยังไงเรื่องทุกอย่างก็ผ่านไปแล้ว เธอเองก็คงรู้ตัวแล้วแหละ ท้ายที่สุดเสี่ยวเสี่ยวก็ยังเด็กอาจจะเดินออกนอกลู่นอกทางและทำผิดพลาดเล็กๆน้อยๆอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ตอนนี้ไม่ง่ายเลยที่เสี่ยวเสี่ยวจะได้เริ่มต้นอีกครั้ง เราก็ควรให้โอกาสเธอ"
"แม่!" จู่ๆเซี่ยอันหรานก็ขัดจังหวะกู้เหม่ยอวี้ที่กำลังพูด เธอไม่อยากได้ยินแม่ของเธอไปห่วงใยฉู่เสี่ยวเสี่ยวที่จิตใจเหี้ยมโหดราวกับหมาป่านั้นอีกต่อไปแล้ว เธอรู้สึกว่ามันไม่คุ้มค่าสำหรับแม่ของเธอเลย
เซี่ยอันหรานรู้สึกแม้ว่าแม่ของเธอจะยังคิดถึงฉู่เสี่ยวเสี่ยวอยู่ในใจลึกๆและยังกังวลเกี่ยวกับฉู่เสี่ยวเสี่ยว แต่เธอจะรับรู้ความรู้สึกนั้นเหรอ? กลัวฉู่เสี่ยวเสี่ยวจะมองความหวังดีของแม่ตัวเองเป็นการแสดงความอ่อนแอแล้วแสร้งทำเป็นใจดีออกไปแค่นั้นนะสิ
“มีอะไรเหรอ?" กู้เหม่ยอวี้ถามเบา ๆ “อันหราน ลูกเป็นอะไรหรือเปล่า?"
“เปล่า เปล่า" เซี่ยอันหรานกัดริมฝีปากล่างของเธอแล้วหันไปด้านหลังและมองออกไปนอกหน้าต่าง: “แล้วพ่อกับพี่ชายล่ะ?ช่วงนี้พวกเขาเป็นยังไงบ้าง?ช่วงนี้หนูเพิ่งเล่นละครเรื่องใหม่อาจจะไม่มีเวลากลับไปหานะ"
“ลูกทำงานไปนั้นแหละ ตอนนี้แม่เข้าใจแล้วยังไงลูกๆก็ต้องบินไปจากฉันสักวันจะรั้งยังไงก็รั้งไม่อยู่หรอก" กู้เหม่ยอวี้ยิ้มเบาๆ “พี่ชายกับพ่อของลูกสบายดี ช่วงนี้งานที่บริษัทก็ราบรื่นดีไม่ได้ทำหน้าบูดบึ้งเหมือนก่อนหน้านี้แล้ว ทำให้ฉันรู้สึกโล่งใจขึ้นมาเลยแหละ"
“งานที่บริษัทราบรื่นดี?ปัญหาของบริษัทแก้ไขหมดแล้วเหรอ?” เซี่ยอันหรานกังวลเรื่องปัญหาของบริษัทตระกูลเซี่ยมากที่สุด ไม่ใช่เพราะเรื่องเกี่ยวกับทรัพย์สิน
แท้จริงแล้วถึงแม้ว่าครอบครัวตระกูลเซี่ยจะล้มละลาย แต่เซี่ยอันหรานก็ยังมีแรงกล้าพอที่จะเริ่มต้นใหม่กับครอบครัวของเธออีกครั้ง แต่สิ่งที่เซี่ยอันหรานกังวลก็คือหากความทุกข์ของบริษัทซ้ำรอยเหมือนที่เคยเกิดขึ้นในชาติที่แล้ว ถ้าเป็นเช่นนั้นจุดจบชีวิตของพ่อแม่และพี่ชายของเธอก็คงจะไม่ต่างจากชาติที่แล้ว
เซี่ยอันหรานหวังเพียงแค่ว่าพ่อแม่ของเธอจะมีอายุยืนยาวและมีความสุขในชาตินี้ ไม่ใช่ตายด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์และเสียชีวิตลงบนถนน เธอหวังว่าพี่ชายของเธอจะมีครอบครัวที่มีความสุขและได้ใช้ชีวิตอย่างสวยงามไม่ใช่ถูกกักขังในช่วงเวลาที่เขาอยู่ในวัยที่กำลังเติบโตและไปได้ดี
กู้เหม่ยอวี้ที่อยู่อีกด้านหนึ่งของโทรศัพท์เงียบลงสักพัก จากนั้นก็หายใจเข้าลึกๆด้วยความเสียใจ: “โธ่เอ๊ย แม่จะพูดเรื่องนี้กับลูกยังไง ลูกก็ไม่เข้าใจหรอก แถมยังทำให้ลูกต้องกังวลอะไรเยอะแยะอีก ฉันได้ยินมาว่ามีปัญหาแค่เล็กน้อย แต่ตอนนี้ทุกอย่างก็คลี่คลายแล้ว เรื่องที่บ้านลูกไม่ต้องกังวลหรอก ตั้งใจทงานของลูกอย่างตั้งใจก็พอแล้ว โอ้ … ฉันเกือบลืมไปเลย ซุปฉัน … แม่วางสายก่อนนะ ถ้าไปถึงกองถ่ายอย่าลืมรายงานที่บ้านด้วยล่ะ "
"รู้แล้วค่ะ" เซี่ยอันหรานพูดด้วยรอยยิ้ม เมื่อได้ยินเสียงวุ่นวายของอีกฝ่ายผ่านโทรศัพท์
เซี่ยอันหรานก็ส่ายหัวเล็กน้อย แม้ว่าบางครั้งแม่ของเธอจะใจอ่อนและใจดีเกินไป รู้เห็นเป็นใจยอมให้คนอย่างฉู่เสี่ยวเสี่ยวหลอกใช้เธอแต่ก็ทำให้เธอดูน่ารักเหมือนกัน หากมีแม่เป็นคนจอมวางแผนที่เก่งกาจเกินไป หากนับตั้งแต่เด็กจนโตเซี่ยอันหรานไม่รู้เลยว่าเธอจะต้องสูญเสียความสุขไปมากแค่ไหน
หลังจากที่เซี่ยอันหรานวางสายจากกู้เหม่ยอวี้ เธอก็รีบโทรหาเซี่ยหมิงเซวียนพี่ชายของเธอทันที เธอต้องการยืนยันให้แน่ใจว่าครอบครัวตระกูลเซี่ยออกจากสถานการณ์อันยากลำบากนั้นแล้วจริงๆ
ทันทีที่เซี่ยอันหรานโทรออกเซี่ยหมิงเซวียนก็รับสายทันที
“มีอะไรเหรอ?อันหรานดาราชื่อดัง คิดได้ไงโทรมาหาฉันเนี่ย?” เซี่ยหมิงเซวียนแซวเธอด้วยน้ำเสียงทุ้ม
เซี่ยหมิงเซวียนผู้ซึ่งนิ่งสงบตลอดเวลาเขาจะยิ้มออกมาก็ต่อเมื่อตอนที่เผชิญหน้ากับน้องสาวของเขาเท่านั้น
"พี่ … " เมื่อเซี่ยอันหรานได้ยินเสียงเซี่ยหมิงเซวียน เธอก็ยิ้มขึ้นมาอัตโนมัติ: “ฉันมีคำถามที่จริงจังจะถามพี่ ฉันได้ยินมาว่าปัญหาของบริษัทแก้ไขหมดแล้ว?"
“ไปฟังใครมา? อ้อ แม่เป็นคนหลุดพูดออกมาแน่ๆ" เซี่ยหมิงเซวียนหัวเราะเบา ๆ “แต่เธอรู้ก็ไม่เป็นไร เธอจะได้ไม่ต้องกังวล ปัญหาเกี่ยวกับบริษัทแก้ไขหมดแล้ว ตอนนี้ทุกอย่างทำงานได้ตามปกติพูดได้เลยว่าพัฒนาขึ้นดีกว่าเมื่อก่อนมาก "
เมื่อเธอได้ยินคำพูดของเซี่ยหมิงเซวียน ในที่สุดเซี่ยอันหรานก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก บางทีพี่ชายของเธออาจพูดโกหกเธอและตั้งใจพูดว่าบริษัทเปิดดำเนินการได้ตามปกติเพื่อปลอบใจเธอก็ได้ แต่น้ำเสียงของเซี่ยหมิงเซวียนไม่สามารถหลอกลวงผู้คนได้ โดยเฉพาะกับบุคลิกที่สงบเยือกเย็นเช่นเซี่ยหมิงเซวียน ในตอนที่เขาพูดแล้วสามารถผ่อนคลายได้ขนาดนี้ นั้นก็หมายความว่าช่วงนี้ไม่มีปัญหาอะไรจริงๆ
เซี่ยอันหรานถอนหายใจอย่างโล่งอกและพูดด้วยรอยยิ้ม: “แก้ปัญหาได้ก็ดีแล้ว ฉันรู้อยู่แล้วว่าพี่กับพ่อของฉันเก่งที่สุดและจะต้องจัดการทุกอย่างได้อย่างแน่นอน"
"อ้อ … " เสียงของเซี่ยหมิงเซวียนหยุดชะงักและพูดด้วยความอึดอัดใจเล็กน้อย: “อันที่จริงมันไม่เกี่ยวกับเราหรอก เดิมทีเราก็ตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก แต่จู่ๆก็มีคนช่วยเราไว้ ครั้งนี้ถือว่าเราโชคดีมาก"
“ความโชคดีก็ถือเป็นความสามารถอย่างหนึ่งเช่นกันนิ ถ้าไม่ใช่เพราะพี่กับพ่อมีความสัมพันธ์ที่ดีอย่างกว้างขวางและมักจะช่วยเหลือคนอื่น ก็เลยมีใครบางคนยื่นมือมาช่วยเหลือในตอนที่ครอบครัวตระกูลเซี่ยของเราตกอยู่ในสถานกาณ์ยากลำบากยังไงล่ะ” ในใจเซี่ยอันหรานรู้สึกมีความสุขอย่างมาก เอาแต่ชื่นชมพี่ชายและพ่อของตัวเองไม่หยุด
“มันก็ไม่ใช่ คนๆนั้นจริงๆแล้วเราไม่เคยติดต่อกันเลยแถมเรายังไม่มีคุณสมบัติพอที่จะไปช่วยเขาด้วย" เซี่ยหมิงเซวียนขมวดคิ้วด้วยความสงสัย ภายในใจของเขาก็เต็มไปด้วยความสงสัยเช่นกัน เขาไม่รู้ว่าโม่เซ่าเหยียนผู้สูงศักดิ์มาลงทุนกับครอบครัวตระกูลเซี่ยได้อย่างไร แถมยังให้ครอบครัวตระกูลเซี่ยกลายเป็นซัพพลายเออร์ของเขาและดึงตระกูลเซี่ยกลับมาจากภาวะล้มละลายได้
แต่โม่เซ่าเหยียนบอกว่าเขาไม่ต้องการเผยแพร่เรื่องนี้และเขาก็สัญญาว่าจะรักษาความลับไว้ด้วย แม้ว่าเซี่ยหมิงเซวียนจะสงสัยแต่เขาก็ไม่สามารถพูดชื่อของโม่เซ่าเหยียนกับเซี่ยอันหรานได้
เซี่ยหมิงเซวียนทำได้แค่ถอนหายใจเบาๆ จากนั้นก็ถอนหายใจด้วยรอยยิ้ม: “บางทีอาจเป็นความโชคดีของครอบครัวตระกูลเซี่ยของเราแหละที่ได้รับความช่วยเหลือจากเขา แม้ว่าในชีวิตของเขาอาจจะไม่ต้องการแต่หากมีโอกาสก็ต้องตอบแทนเขาให้ได้"
“อืม ถ้ามีโอกาส ฉันก็จะขอบคุณเขาอย่างดีเช่นกัน"เมื่อเซี่ยอันหรานได้ยินว่าบริษัทของครอบครัวตระกูลเซี่ยไม่มีเรื่องอะไรแล้ว เธอก็รู้สึกโล่งอกแม้แต่น้ำเสียงก็ดูผ่อนคลายลง
หลังจากวางสายจากเซี่ยหมิงเซวียนแล้ว เซี่ยอันหรานก็ถอนหายใจยาวและโน้มตัวลงบนเตียงอย่างช่วยไม่ได้ จากนั้นเธอก็หัวเราะพร้อมกับกลิ้งไปมาหลายครั้ง
"เยี่ยมไปเลย! ไม่มีปัญหาอะไรแล้ว!" เซี่ยอันหรานกลิ้งตัวเข้าไปใต้ผ้าห่มพร้อมกับหัวเราะเสียงดัง
แต่เซี่ยอันหรานค่อยๆเริ่มรู้สึกหนาวขึ้นมาเล็กน้อย อากาศโดยรอบดูเหมือนจะมีอุณหภูมิลดลงอย่างกะทันหันทำให้เซี่ยอันหรานสั่นไปหลายครั้ง ในใจเซี่ยอันหรานรู้สึกหวาดกลัวเล็กน้อยพร้อมกับรู้สึกได้ถึงลางสังหรณ์ที่เป็นลางร้าย เธอค่อยๆเอาผ้าห่มที่คลุมศีรษะออก
ในขณะที่เขาเอาผ้าห่มออกเซี่ยอันหรานก็เห็นโม่เซ่าเหยียนที่ยืนอยู่ตรงประตู
โม่เซ่าเหยียนยืนอยู่ที่ประตูห้องในชุดสูทสีดำและจ้องตรงไปที่เธอ ดวงตาของเขาเย็นชาอย่างมาก เซี่ยอันหรานไม่รู้ว่ามันเป็นภาพลวงตาของเธอเองหรือเปล่า เธอรู้สึกว่าโม่เซ่าเหยียนในตอนนี้ดูเลือดเย็นและเย็นชามากกว่าตอนที่เธอเห็นเขาครั้งแรกเสียอีก
เซี่ยอันหรานไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในช่วงเวลานี้ ทำไมถึงทำให้โม่เซ่าเหยียนเปลี่ยนไปมากขนาดนี้ เธอขยับริมฝีปากและกำลังจะพูดบางอย่างออกมา เธอก็ได้ยินโม่เซ่าเหยียนพูดด้วยน้ำเสียงแหบที่เย็นชา: “ที่แท้คุณก็มีความสุขมาก ในตอนที่ผมไม่อยู่เคียงข้างคุณ"
“อะ อะไรนะ?”เซี่ยอันหรานไม่รู้ว่าทำไมโม่เซ่าเหยียนถึงพูดคำพูดแบบนี้ออกมา
MANGA DISCUSSION