เซี่ยอันหรานยังจำได้ ตอนที่ถ่าย《จิ้งจอกหยก》อยู่ หมิงเยี่ยนเฟยคนนี้ปฏิบัติต่อเธอดีเกินไป ในวงการบันเทิงตอนนี้ หมิงเยี่ยนเฟยก็สามารถเดินไปสู่นักแสดงระดับสูงได้ ไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน เซี่ยอันหรานไม่เชื่อว่าหมิงเยี่ยนเฟยจะทำดีกับเธอโดยไร้เหตุผล แต่จะเดาวัตถุประสงค์เบื้องหลังของเขาได้อย่างไร เซี่ยอันหรานปฏิเสธไม่ได้ว่าโอกาสของการถ่ายโฆษณาครั้งนี้หาได้ยากมาก
อีกทั้งเปรียบเทียบกับเรื่องนี้ เรื่องของตระกูลเซี่ยยิ่งทำให้เซายอันหรานกังวล และเรื่องของตระกูลเซี่ย ก็ทำให้เซี่ยอันหรานรู้สึกว่ายากที่จะจัดการ เพราะสำหรับเธอที่เป็นคนที่ไม่ชำนาญแบบนี้ เซี่ยอันหรานไม่รู้ว่าจะเริ่มตรวจสอบปัญหาของตระกูลเซี่ยจากตรงไหน
เซี่ยอันหรานขมวดคิ้วขึ้นมา หันไปมองนอกหน้าต่าง สูดหายใจเข้าลึกๆ โอวหยางเชี่ยนหรงมองเซี่ยอันหรานที่สีหน้าหนักใจมากจากกระจกมองหลัง ก็ไม่ได้พูดอะไรอีก แค่ขับรถไปหน้าบริเวณคฤหาสน์ : "งั้น คุณกลับไปก่อนเถอะ พรุ่งนี้เสี่ยวเถียนจะมารับคุณไปถ่ายโฆษณา"
เซี่ยอันหรานลงจากรถ แล้วหันไปยิ้มกับเซี่ยอันหรานพูดว่า : "รบกวนพี่เชี่ยนหรงเลย"
"ไม่เป็นไร คุณเป็นนักแสดงของฉัน ฉันควรจะดูแลคุณ "โอวหยางเชี่ยนหรงโบกๆมือ ยิ้มพูดว่า : "คืนนี้ก็พักผ่อนดีๆ เย็นนี้ก็อย่ากินข้าว ก่อนนอนก็อย่าดื่มน้ำ มิเช่นนั้นพรุ่งนี้ขึ้นจอก็จะบวมน้ำนะ"
เซี่ยอันหรานยิ้มทันทีพยักๆหน้า : "ฉันจำได้ วางใจเถอะพี่เชี่ยนหรง"
มองโอวหยางเชี่ยนหรงขับรถกลับไป เซี่ยอันหรานก็ถอนหายใจเบาๆ กลับเข้าคฤหาสน์ไป เมื่อเซี่ยอันหรงกลับมาถึงคฤหาสน์ ยังคิดว่าจะเห็นโม่เซ่าเหยียนในคฤหาสน์ แต่เมื่อเธอเปิดประตูไป ก็ไม่เห็นโม่เซ่าเหยียนแล้ว
เซี่ยอันหรานรีบไปที่ห้องนอน เห็นห้องนอนเก็บไว้อย่างสะอาดเรียบร้อย มีเพียงจานแซนด์วิชของเธอเมื่อเช้า ทิ้งอยู่บนตู้ข้างเตียง
เซี่ยอันหรานถอนหายใจเบาๆ : "อาหารเพิ่งจะกีขึ้น ก็ไปไหนแล้ว?"
พูดจบ เซี่ยอันหรานก็เปลี่ยนเป็นชุดนอน หลังจากอาบน้ำเสร็จ ก็นอนอยู่บนเตียง นอนอยู่นาน เซี่ยอันหรานซึ่งคุ้นเคยกับการมีโม่เซ่าเหยียนนอนอยู่ข้างๆจึงนอนไม่หลับ เซี่ยอันหรานพลิกตัว หยิบโทรศัพท์ออกมา ดูเวลาที่แสดงก็สี่ทุ่มแล้ว
ตอนที่เซี่ยอันหรานไปกองถ่ายถ่ายละคร โม่เซ่าเหยียนจะโทรหาเธอตอนสองทุ่มทุกๆวัน ทำไมตอนนี้โม่เซ่าเหยียนยังไม่กลับถึงคฤหาสน์ ทำไมยังไม่โทรหาเธอ? หรือว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น?
เซี่ยอันหรานนึกถึงตรงนี้ อดไม่ได้ที่จะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ค้นหาหมายเลขโทรศัพท์ของโม่เซ่าเหยียนอย่างรวดเร็ว แล้วกดโทรทันที โทรศัพท์ดังอยู่สักพัก จึงถูกรับสาย หลังจากเซี่ยอันหรานได้ยินการรับสาย ฉับพลันก็ได้ยินเสียงจ้อกแจ้กจอแจ จากนั้นเปลี่ยนเป็นสถานที่เงียบสงบ จึงได้ยินเสียงเคร่งขรึมของโม่เซ่าเหยียนดังขึ้น : "มีธุระอะไรหรอ?"
เซี่ยอันหรานบีบโทรศัพท์ในมือแน่น พูดอย่างระมัดระวัง : "คุณ วันนี้คุณไม่ได้มา ฉันแค่อยากถามอาการคุณว่าเป็นอย่างไรบ้าง?"
"ฉันดีขึ้นมากแล้ว" หลังจากโม่เซ่าเหยียนพูดจบ ก็หยุดไปชั่วขณะจึงพูดว่า : "ช่วงนี้ฉันยุ่งมาก คุณไม่ต้องโทรหาฉันหรอก"
โม่เซ่าเหยียนพูดจบ ก็วางสายไป ด้วยความเย็นชาและรวดเร็ว ราวกับว่าหงุดหงิดมากกับการโทรมาของเซี่ยอันหราน
เซี่ยอันหรานได้ยินเสียงโทรศัพท์ที่โม่เซ่าเหยียนวางสายไป ก็ตกตะลึงอยู่นาน จึงส่ายๆหัวแล้วหัวเราะเยาะตัวเอง : "เซี่ยอันหราน คุณโง่จริงๆเลย คุณต้องถูกโม่เซ่าเหยียนโทรหาเท่านั้น มีสิทธิ์อะไรจะไปเป็นห่วงเป็นใยการเคลื่อนไหวของโม่เซ่าเหยียนด้วยล่ะ?"
เซี่ยอันหรานหัวเราะ แววตาก็ชื้นขึ้นมา พรุ่งนี้เซี่ยอันหรานยังต้องถ่ายโฆษณา ไม่สามารถดวงตาบวมแดงไปถ่ายได้ เซี่ยอันหรานก็เงยหน้าขึ้นทันที เงยหน้าไว้ ให้น้ำตาไม่ไหลออกมา
ถึงแม้ว่าเซี่ยอันหรานจะยอมรับความจริงแล้วว่าเธอชอบโม่เซ่าเหยียน เธอต้องการที่จะปล่อยวางศักดิ์ศรีทั้งหมด เลือกที่จะให้ประโยชน์ทั้งหมดแก่โม่เซ่าเหยียน แต่เมื่อความชอบในครั้งนี้ถูกโม่เซ่าเหยียนเมินเฉย เซี่ยอันหรานยังอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเสียใจ
เซี่ยอันหรานข่มตาหลับลง นอนอยู่บนเตียง นำบทละครที่กำลังจะถ่ายทำมาท่องจำซ้ำไปซ้ำมา พยายามทำให้เธอหลับ แต่เซี่ยอันหรานยิ่งอยากจะนอน แต่สมองก็ยิ่งตื่นตัว จนใกล้จะฟ้าสาง เซี่ยอันหรานจึงหลับตาแล้วหลับไปสักพัก
วันต่อมาเมื่อเฉิงเสี่ยวเถียนมารับเซี่ยอันหราน เห็นดวงตาเซี่ยอันหรานดำคล้ำ ก็เบิกตากว้างทันที : "อันหราน คุณ คุณเกิดอะไรขึ้น? ทำไมขอบตาคล้ำขนาดนั้น?"
เซี่ยอันหรานกุมหน้าผาก ขมวดคิ้วแน่น : "เมื่อคืนฉันนอนไม่ค่อยหลับ"
"ห๊ะ? งั้นโฆษณาวันนี้……จะทำอย่างไร?.ขอบตาคล้ำขนาดนี้ ไม่รู้ว่าจะใช้แป้งปกปิดไดไหม" เฉิงเสี่ยวเถียนขมวดคิ้ว ถามอย่างตื่นตระหนกเล็กน้อย
"คุณไปซื้อถุงชามาสองอัน แช่ในน้ำอุ่น ฉันจะใช้แปะที่ตา น่าจะดีขึ้น" เซี่ยอันหรานนวดๆขมับ ขมวดคิ้วพูด
"อืม……ฉันจะไปเดี๋ยวนี้" เฉิงเสี่ยวเถียนลงจากรถทันที ซื้อถุงชามาสองถุง แช่น้ำร้อนแล้วกลับมา
เซี่ยอันหรานวางถุงชาที่แช่ในน้ำอุ่นลงบนดวงตา แล้วโบกๆมือ : "เสี่ยวเถียน ให้คนขับรถขับไปเถอะ"
เซี่ยอันหรานใช้ถุงชาแปะตาตลอดทาง เมื่อถึงสถานที่ถ่ายทำ เซี่ยอันหรานก็เปิดถุงชาที่ปิดตาออก รอยคล้ำที่ขอบตาของเธอก็บรรเทาลงไปมาก แต่ยังเห็นร่องรอยอยู่ แต่ความคล้ำของขอบตาระดับนี้ใช้แป้งปกปิดได้
เซี่ยอันหรานหายใจออกยาว ยิ้มให้พี่เลี้ยงในรถเล็กน้อยก่อน แล้วจึงเปิดประตูรถ ยิ้มแล้วเดินลงจากรถ พอออกจากประตูรถเซี่ยอันหรานก็เห็นหมิงเยี่ยนเฟยกำลังเดินเข้ามา หมิงเยี่ยนเฟยสวมชุดลำลองผ้าลินิน หน้าตาที่หล่อเหลา รอยยิ้มที่อ่อนโยน เมื่อเทียบกับเย็นชาและเข้าใจยากของโม่เซ่าเหยียนแล้ว ชัดเจนว่าเขาดูอ่อนโยนและเป็นมิตรมาก
"เจอกันอีกแล้ว เสี่ยวยวี่เอ๋อร์" หมิงเยี่ยนเฟยหัวเราะเบาๆ เขาเรียกเธอตามชื่อตัวละครที่เซี่ยอันหรานรับบทบาทในเรื่อง《จิ้งจอกหยก》
ทำให้เซี่ยอันหรานจำภาพลักษณ์ที่มีเสน่ห์และน่ารักของ"ยวี่เอ๋อร์"ได้ทันที อดไม่ได้ที่จะยิ้มขึ้นมา เรียกอีกชื่อหนึ่งว่าหมิงเยี่ยนเฟยตามบทบาทที่หมิงเยี่ยนเฟยเล่นในเรื่อง《จิ้งจอกหยก》: "พี่ลัวฉี เจอกันอีกแล้ว ได้ยินมาว่าพี่ลัวฉีแนะนำฉันให้กับนักโฆษณา ต้องขอบคุณจริงๆ"
"ถ้าต้องการขอบคุณฉัน อีกสักครู่เลี้ยงข้าวฉันได้ไหม?" หมิงเยี่ยนเฟยยิ้มแล้วกล่าว
เซี่ยอันหรานนิ่งอึ้งไปเล็กน้อย ดาราดังอย่างหมิงเยี่ยนเฟยนี้ ถ้าทานข้าวในสาธารณชน ก็ต้องเป็นข่าวอย่างแน่นอน ทำไมหมิงเยี่ยนเฟยถึงเอ่ยข้อเรียกร้องแบบนี้นะ?
หมิงเยี่ยนเฟยเห็นเซี่ยอันหรานนิ่งอึ้งไป รอยยิ้มที่อ่อนโยนบนใบหน้าไม่เปลี่ยนแปลง: "ล้อเล่นน่ะ คุณจริงจังหรอ? แต่การแสดงออกที่ไม่เต็มใจบนใบหน้าของ'ยวี่เอ๋อร์'นั้น มันทำร้ายคนเล็กน้อย 《ภาพยนต์จิ้งจอกหยก》ยังถ่ายทำไม่เสร็จ วันนี้ฉันนั่งเครื่องจากกองมาที่นี่ตั้งแต่เช้าตรู่ วันนี้ถ่ายโฆษณา พรุ่งนี้ต้องกลับไป จนถึงตอนนี้ ฉันยังไม่ได้ทานข้าวเลย อีแปปนึง แต่งหน้าแล้ว ก็ไม่สามารถทานอะไรได้แล้ว"
"อ่า เปล่าหรอก ฉันเต็มใจ แค่……" เซี่ยอันหรานได้ยินหมิงเยี่ยนเฟยพูดแบบนี้ ก็ปฏิเสธทันที
"ในเมื่อเต็มใจ งั้นก็ดีเลย ฉันจะจองสถานที่ทานข้าวเอง" หมิงเยี่ยนเฟยยิ้มแล้วกล่าวทันที
แย่แล้ว ตกหลุมพรางแล้ว! คนตรงหน้าที่เซี่ยอันหรานมองว่าสุภาพเรียบร้อย หมิงเยี่ยนเหยที่เหมือนกับสุภาพบุรุษ ยักคิ้วหลิ่วตา ดูแล้วความรู้สึกของเธอจะถูกต้อง หมิงเยี่ยนเฟยตัวจริงไม่อ่อนโยนเหมือนรูปลักษณ์ของเขา แต่ชั่วร้าย และเป็นคนที่ชอบรังแกคน!
หมิงเยี่ยนเฟยยิ้มแล้วหันกลับ มองไปยังเฉิงเสี่ยวเถียนที่ยืนนิ่ง: "คุณเป็นพยานนะ"
พูดจบ หมิงเยี่ยนเฟยก็หันเดินจากไป เฉิงเสี่ยวเถียนเดินเข้ามายังข้างๆเซี่ยอันหราน พูดเบาๆว่า: "อัน อันหราน คุณรู้สึกว่าหมิงเยี่ยนเฟยคล้ายกับจะให้ความพิเศษเล็กน้อยกับคุณไหม"
เซี่ยอันหรานกระพริบๆตา สูดลมหายใจเข้าลึก แล้วกล่าวว่า: "เห็นฉันเป็นเป้าหมายที่จะรังแกน่ะหรอ"
"ไม่…ไม่ใช่….หมิงเยี่ยนเฟยจะอ่อนต่อโลกขนาดนั้นได้ยังไง" เฉิงเสี่ยวเถียนมองภาพด้านหลังของหมิงเยี่ยนเฟยแล้วส่ายหัว
"อย่าไปสนใจให้มากเลย เสี่ยวเถียนคุณไปเป็นเพื่อนฉันเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วแต่งหน้าก่อนเถอะ" เซี่ยอันหรานหัวเราะเบาๆ
เซี่ยอันหรานเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้ว เมื่อกำลังจะแต่งหน้า ผู้กำกับก็ให้คนเอาบทสนทนามาให้ เพราะเป็นโฆษณาชาดอกมะลิ โครงเรื่องจึงมีความเรียบง่าย แค่เซี่ยอันหรานหยิบชาดอกมะลิ ส่งให้หมิงเยี่ยนเฟย ใบหน้าแดงแล้วพูดประโยคหนึ่งว่า: "ฉันชอบคุณ"
หลังจากนั้นหมิงงเยี่ยนเฟยก็นับชาไป ยิ้มแล้วตอบกลับว่า: "ความจริงแล้ว ฉันก็ชอบคุณมานานแล้ว"
แต่วิธีการถ่ายทำโฆษณานั้นแตกต่างจากภาพยนตร์และละครทีวี เพราะลงทุนมากระยะเวลาสั้น ภาพการถ่ายโฆษณาก็จะสวยกว่า เมื่อผู้กำกับสั่งแอคชั่น หิมะเทียมอันเล็กๆก็ปลิวร่วงหล่นลงมา หมิงเยี่ยนเฟยยืนอยู่ท่ามกลางหิมะที่ร่วงหล่นลงมา มองเซี่ยอันหรานที่มองมายังเขาด้วยความเขินอาย
สายตาของเธอที่เป็นประกาย ผิวที่ชุ่มชื้น ใบหน้าที่เขินอายจนแดงเล็กน้อย และกัดริมฝีปากเบาๆเพราะความกังวล
"ฉัน……ฉันชอบคุณ" เซี่ยอันหรานก้มหน้า กำชาดอกมะลิไว้ในมือแน่น ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้น
หมิงเยี่ยนเฟยได้ถ่ายทำฉากอารมณ์มากมาย จนถึงฉากเร่าร้อนบนเตียงก็เคยมาแล้ว แต่เขาตะลึงไปชั่วขณะเพราะบทพูดประโยคนี้ของเซี่ยอันหราน เซี่ยอันหรานแสดงเหมือนกับสาวน้อยที่สารภาพรักกับคนที่หมายปองจริงๆ ทำให้หมิงเยี่ยนเฟยรู้สึกเหมือนตนเองกำลังถูกสารภาพรัก
แต่ถึงอย่างไรหมิงเยี่ยนเฟยก็เป็นนักแสดงมืออาชีพ หลังจากที่ตกตะลึงไปเล็กน้อย ก็ยิ้มอย่างอ่อนโยนแล้วพูดทันทีว่า : "อันที่จริง ฉันก็ชอบคุณมานานแล้ว……”
หมิงเยี่ยนเฟยพูดไปพลาง แล้วก็รับชามะลิจากในมือเซายอันหรานไปด้วย
"โอเค เดินเปลี่ยนไปอีกมุมหนึ่ง" กับฉากนี้ผู้กำกับตะโกนอย่างพอใจมาก เพราะช่วงเวลาที่หมิงเยี่ยนเฟยตกตะลึงในตอนนี้นั้นสั้นมาก นอกจากหมิงเยี่ยนเฟยเองกับเซี่ยอันหรานที่แสดงกับเขา คนอื่นๆก็ไม่ได้พบเห็น
เซี่ยอันหรานได้ยินเสียงผู้กำกับสั่งคัท ก็เงยหน้าขึ้นมองไปที่หมิงเยี่ยนเฟยอย่างเกินคาดเล็กน้อย ถึงแม้ว่าเธอจะไม่เข้าใจหมิงเยี่ยนเฟย แต่ก็รู้ว่าหมิงเยี่ยนเฟยเป็นนักแสดงชายที่แสดงดีมาก ทำไมเมื่อกี้ถึงช้าไปสองสามวิถึงจะเข้าบทพูด?
และหมิงเยี่ยนเฟยเองก็รู้สึกแปลกใจ แต่ไหนแต่ไรเขาไม่เคยคิดว่า ตนเองจะเสียสมาธิในตอนที่ถ่ายทำ เกือบจะไม่ได้พูดต่อบท
หมิงเยี่ยนเฟยหลับตาลง แล้วเงยหน้าขึ้นมอง เซี่ยอันหรานก็มองเขาอย่างอยากรู้อยากเห็น จากการแสดงออกของเซี่ยอันหราน หมิงเยี่ยนเฟยก็สามารถมองออกว่าเธอรู้ว่าเมื่อกี้นี้เขาเกือบจะพลาดคำนั้นไป
เวลานี้ หิมะเทียมหยุดลงแล้ว แต่ผมของเซี่ยอันหรานยังมีก้อนหิมะที่ยังไม่ละลาย แม้จะยังไม่ถึงหน้าหนาว แต่เพราะเธอสวมเสื้อบางๆ ยืนอยู่ในหิมะเทียมที่พลิ้วไหวตามสายลมอยู่นานขนาดนี้ จมูกเธอก็แดงนิดๆ ดวงตาโตๆคู่นั้นก็กระพริบอย่างแปลกใจไม่หยุด มองดูทั้งน่าสงสารทั้งน่ารัก
เหมือนว่าฉันจะชอบคุณ……ในใจของหมิงเยี่ยนเฟยนึกบทพูดโฆษณาที่คำพูดแตกต่างจากบทไม่มาก เมื่อเห็นแววตาเซี่ยอันหรานก็เปลี่ยนเป็นอ่อนโยนยิ่งขึ้น
MANGA DISCUSSION