หลังจากที่เซี่ยอันหรานล้างมือเสร็จ เมื่อเดินออกมาจากห้องน้ำ ก็เห็นโม่เซ่าเหยียนขมวดคิ้มกำลังขยับกาน้ำร้อนในห้องไปมา การกระทำของโม่เซ่าเหยียนดูงุ่มง่ามไม่ชำนาญ ดูเหมือนว่ากาน้ำร้อนจะกลายเป็นเครื่องมือที่ซับซ้อนและใช้งานได้ยากมาก
เซี่ยอันหรานอดมาได้ที่จะเข้าไปใกล้ๆเขา ถามด้วยเสียงเบาๆว่า : "ประธานโม่……เอ่อ โม่เซ่าเหยียน มีอะไรหรอ?"
โม่เซ่าเหยียนหดมือกลับ สีหน้าเย็นชาลงมาทันที : "หลิวเฟยบอกว่าใช้เครื่องนี้ ต้มน้ำร้อนได้ ช่วงมีประจำเดือนผู้หญิงต้องดื่มน้ำร้อนให้มากๆ จะดีต่อร่างกาย แต่เครื่องนี้ มันซับซ้อนกว่าที่ฉันคาดเดาไว้"
กาน้ำร้อนมันมีอะไรซับซ้อนหรอ? เซี่ยอันหรานกดสวิตช์ของกาต้มน้ำเบาๆ : "จริงเพียงแค่กดที่นี่ก็ได้แล้ว นี่คือสวิตช์"
โม่เซ่าเหยียนเม้มปาก พูดเบาๆว่า"อ๋อ" ฟังดูเหมือนว่ายังคงเย็นชาไม่ใส่ใจ
แต่ใบหูของโม่เซ่าเหยียนแดงเล็กน้อย คาดไม่ถึงว่าจะทำให้เซี่ยอันหรานรู้สึกว่าเวลานี้โม่เซ่าเหยียนอึดอัดใจและเขินอายเล็กน้อย
จู่ๆเซี่ยอันหรารก็พบสิ่งที่น่าสนใจของโม่เซ่าเหยียนชายคนนี้ เวลาอยู่บนเตียงโม่เซ่าเหยียนเงอะงะงุ่มง่ามขนาดนั้น ดูเหมือนจะเข้ากับผู้หญิงได้ไม่ดีนัก แม้แต่การต้มน้ำร้อนธรรมดาๆอย่างนี้ยังบกพร่องอย่างมาก สิ่งนี้ไม่สอดคล้องกับภาพลักษณ์ของท่านประธานผู้เย็นชาและมีอำนาจเอาซะเลย
เวลานี้เซี่ยอันหรานมองโม่เซ่าเหยียน ราวกับว่ากำลังดูหุ่นยนต์ที่สร้างขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบแล้วมาแสดงวงจรที่เสียหายของเขาให้เธอดูต่อหน้า สิ่งนี้ทำให้เซี่ยอันหรานหวาดกลัวโม่เซ่าเหยียนน้อยลง
"บริกรนำอาหารเย็นมาส่ง คุณไปชิมสิว่ารสชาติถูกปากไหม" โม่เซ่าเหยียนยกมือที่เรียวยาวสะอาดสะอ้านของขึ้น ไปที่อาหารบนโต๊ะ
คาดไม่ถึงว่าโม่เซ่าเหยียนจะสั่งอาหารให้เธอ? โม่เซ่าเหยียนกังวลว่าเธอจะหิวงั้นหรอ?"
เซี่ยอันหรานพาความสงสัย เดินตรงไปรถเข็นอาหาร เมื่อเซี่ยอันหรานเดินไปถึงรถเข็นอาหาร จึงพบว่าอาหารบนรถเข็นเป็นอาหารที่เธอชอบทานทั้งหมด ไม่เพียงแต่เป็นรูปแบบของอาหาร ในอาหารก็ไม่ใส่ผักชีที่เธอไม่ชอบด้วย
โม่เซ่าเหยียนตรวจสอบได้ชัดเจนขนาดนี้เลยหรอ?
เซี่ยอันหรานประหลาดใจเล็กน้อย : "โม่เซ่าเหยียน ทำไมคุณถึงรู้รสชาติอาหารของฉันล่ะ?"
โม่เซ่าเหยียนก้มมองกาต้มน้ำร้อนที่เดือดแล้ว ก็พูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมว่า : "นี่ไม่ใช่ปัญหาที่ยากอะไร ฉันได้ส่งคนไปตรวจสอบร้านอาหารโปรดของคุณ แล้วก็สามารถซื้อคนรับใช้ของคุณได้นะ"
เซี่ยอันหรานหายใจเข้าลึกๆ จู่ๆก็รู้สึกว่าโม่เซ่าเหยียนมีความพยายามอย่างมาก เพื่อเรื่องบนเตียงนั้น แม้กระทั่งตรวจสอบเธออย่างละเอียดแบบนี้ แม้กระทั่งรู้รสชาติอาหารของเธอ ยังคิดที่จะเลี้ยงอาหารเธอ ต้อมน้ำร้อนให้เธอ โม่เซ่าเหยียนต้องการดูแลร่างกายของเธอให้ดี ในอนาคตจะได้ทำให้เขาสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นใช่ไหม?
แต่ไม่ว่าจุดประสงค์ของโม่เซ่าเหยียนคืออะไร อย่างน้อยตอนนี้เขาก็ดูแลเธอจริงๆ เซี่ยอันหรานสงสัยว่าตอนเองมีอาการของโรคสตอกโฮล์มหรือเปล่า คาดไม่ถึงเพราะว่าเธอหลอกโม่เซ่าเหยียน จึงได้รู้สึกผิดเล็กน้อย
เซี่ยอันหรานหยิบตะเกียบคีบอาหารเข้าปาก อาหารรสชาติอร่อยก็ทำให้เซี่ยอันหรานรู้สึกผิดมากขึ้นเล็กน้อย เธอเงยหน้ามอง เพราะว่าเมื่อกี้พบกับอุปสรรค และโม่เซ่าเหยียนนั่งอยู่ข้างๆเตียงศึกษากาน้ำร้อนอย่างระมัดระวัง พูดอย่างเบาๆและคลุมเครือๆว่า : "โม่เซ่าเหยียน คุณก็ยังไม่ได้ทานข้าว ต้องการทานข้าวด้วยกันกับฉันไหม?"
โม่เซ่าเหยียนได้ยินคำพูดนี้ของเซี่ยอันหราน ราวกับว่าได้ยินบางสิ่งที่พิเศษ ก็ขมวดคิ้วเงยหน้ามองเซี่ยอันหรานทันที ปฏิกิริยาพิเศษของโม่เซ่าเหยียนทำให้เซี่ยอันหรานคิดว่าเธอพูดผิด รีบพูดว่า : "ถ้าคุณไม่เต็มใจ……”
ยังไม่ทันพูดจบ โม่เซ่าเหยียนก็ลุกขึ้น เดินไปที่โต๊ะอาหาร พูดเสียงทุ้มว่า : "คุณคักข้าวให้ฉันด้วย"
เซี่ยอันหรานรีบพยักหน้า รีบตักข้าวให้โม่เซ่าเหยียนหนึ่งถ้วย จากนั้นเซี่ยอันหรานก็ถือถ้วยข้าวทานอาหารอย่างเงียบๆ อาหารอร่อยถูกปากมาก มารยาทการทานอาหารของโม่เซ่าเหยียนก็ระดับผู้ดีเช่นกัน
แต่นี่เป็นมื้อที่น่าอึดอัดที่สุดในชีวิตที่เซี่ยอันหรานเคยกินมา เธอไม่เคยทานอาหารเงียบๆขนาดนี้มาก่อน ไม่เพียงแต่ไม่มีเสียงพูดคุยเท่านั้น แม้แต่เสียงช้อนที่สัมผัสชามข้าวก็ไม่มี การทานอาหารบนโต๊ะเงียบราวกับสุสาน ทำให้เซี่ยอันหรารทานอะไรก็ไม่อร่อย
เมื่อโม่เซ่าเหยียนทานข้าวเสร็จแล้ว ก็หยิบผ้าเช็ดปากขึ้นมาค่อยๆเช็ดปาก พูดน้ำเสียงเคร่งขรึมว่า : "ทานข้าวเสร็จแล้ว ก็ขึ้นเตียงนอนเถอะ"
"ห๊ะ?" เซี่ยอันหรานตกใจ ทำไมโม่เซ่าเหยียนยังคงคิดเรื่องขึ้นเตียงนอนอีก? เธอเงยหน้าขึ้นมองการแสดงออกบนใบหน้าของโม่เซ่าเหยียนที่ไม่อาจโต้แย้งได้ ได้แต่คอตก ถอดเสื้อคลุมแล้วขึ้นเตียง
ทว่าโม่เซ่าเหยียนไม่ได้รีบร้อนที่จะขึ้นเตียง แต่หันกลับไปรินน้ำร้อนให้เซี่ยอันหรานหนึ่งแก้ว เซี่ยอันหรานรับน้ำน้ำตาลทรายแดงที่โม่เซ่าเหยียนส่งให้ ไม่ทันระวังเลยไปชนเข้ากับนิ้วเรียวของโม่เซ่าเหยียน คาดไม่ถึงว่าโม่เซ่าเหยียนจะหดนิ้วกลับทันที
การกระทำที่เร็วเกินไปของโม่เซ่าเหยียน เซี่ยอันหรานตื่นตระหนกจนถอยหลังเล็กน้อย แล้วจึงประคองแก้วน้ำอุ่น ไม่ให้น้ำอุ่นหกรดบนเตียง เซี่ยอันหรานจึงถอนหายใจโล่งอก แล้วเงยหน้าไปมองโม่เซ่าเหยียนคาดไม่ถึงว่าก็กำลังถอดเสื้อผ้า
เซี่ยอันหรานที่เดิมทีพูดโกหกก็ต้องพูดจนถึงที่สุด รีบพูดอย่างตื่นตระหนกว่า: "ประ ประธานโม่ ตอนนี้ร่างกายของฉันไม่เหมาะสมจริงๆ….."
โม้เซ่าเหยียนเอนกายลงข้างเซี่ยอันหราน กล่าวกระซิบว่า: "ฉันรู้แล้ว ก็แค่นอนหลับก็เท่านั้น"
โม่เซ่าเหยียนพูดจบ ก็นอนเอนกายอย่างสงบอยู่ข้างเซี่ยอันหรานจริงๆ แต่รูปร่างที่สูงใหญ่ของโม่เซ่าเหยียน ถึงแม้ว่าเขาจะสงบเงียบ แต่กลิ่นอายความเยือกเย็นที่แผ่กระจายมาจากร่างกายของเขากํทำให้เซี่ยอันหรานรู้สึกไม่สบายไปทั้งตัว เซี่ยอันหรานกอดแก้วน้ำนั่งอยู่สักพัก หระทั่งแก้วน้ำในมือเปลี่ยนเป็นเย็นแล้ว จึงเอนกายลงนอนข้างๆโม่เซ่าเหยียนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ชั่วพริบตาที่เซี่ยอันหรานเอนกายลงนอน ก็ถูกโม่เซ่าเหยียนโอบกอกไว้ในอ้อมกอดอย่างรวดเร็ว โม่เซ่าเหยียนเป็นเหมือนสุนัขขนยาวตัวใหญ่ที่ถือของเล่นสุดรักของตนเองได้ในที่สุด กลิ่นดบาๆที่ต้นคอของเซี่ยอันหราน ค่อยๆกระจายออกมา ทำให้โอบกอดเซี่ยอันหรานไว้แน่น
เซี่ยอันหรานไม่รู้ความความสามารถในการปรับตัวของเธอดีเป็นพิเศษ หรือว่าเพราะสาเหตุที่โม่เซ่าเหยียนไม่ทีความสัมะพันธ์กับเธอในคืนนั้น ถึงแม้ว่าแรกเริ่มที่เซี่ยอันหรานอยู่ในอ้อมกอดของโม่เซ่าเหยียน ยังมีความกังวลเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็ค่อยๆหลับไปในอ้อมกอดของโม่เซ่าเหยียนอย่างคาดไม่ถึง อีกทั้งไม่ได้ฝันร้ายเกี่ยวกับเรื่องชาติก่อนอีก
กระทั่งเช้าตรูโม่เซ่าเหยียนจูบที่ริมฝีปากของเซี่ยอันหราน เธอจึงค่อยๆตื่นขึ้นมา แต่เซี่ยอันหรานทำได้เพียงมองภาพด้านหลังของโม่เซ่าเหยียนจากไป
แสงอาทิตย์ยามเช้าส่องเข้ามาในห้อง ตกกระทบบนร่างกายของเซี่ยอันหราน ทำให้ร้อนเล็กน้อย เซี่ยอันหรานยกแขนขึ้น ปิดตาเล็กน้อย จึงนึกขึ้นได้ถึงการออดิชั่นในวันนี้ เพราะเรื่องของกู้ลี่และโม่เซ่าเหยียนเมื่อวาน จนแทบจะลืมเรื่องการออดิชั่นไปเลย เซี่ยอันหรานจึงรีบพลิกเปิดบทละคร ท่องให้ขึ้นใจ ยังดีที่บทพูดไม่มาก ด้วยพื้นฐานที่ดีมากในการท่องจำบทละครของเซี่ยอันหราน จึงท่องจำได้ค่อนข้างราบรื่น
แต่ที่ยากที่สุดคือการเรียนรู้อารมณ์ความรู้สึกของตัวละคร การใช้อารมณ์ที่แตกต่างกันไม่เหมือนกับการอ่านความหมายของบทละครโดยสิ้นเชิง เซี่ยอันหรานใช้กำปั้นทุบที่ขมับเบาๆ เธอคือคนที่เคยทำงานหนักมาก่อน ภาพยนต์ที่สร้างอย่างยิ่งใหญ่ต้นทุนสูงแบบนี้ ชาติก่อนเธอจะต้องประทับใจเป็นแน่
เซี่ยอันหรานหวนนึกถึงแต่ละบทประพันธ์ของสุยเจี๋ย ทันทีก็นึกถึงช่วงเวลาภาพยนต์ที่ถ่ายได้คร่าวๆ ภาพยนต์ชื่อ《จิ้งจอกหยก》ภาพยนตร์เรื่องจิ้งจอกหยกส่วนใหญ่บอกเล่าเรื่องราวความรักของตัวเอกชายลัวฉีและวิญญาณจิ้งจอกหยกเมิ่งฉีลัว ด้านในมีบทบาทแสดงเยอะมาก แต่เซี่ยอันหรานมองบทละครในมือ เธอคาดเดาว่าบทบาทที่เธอได้รับคือจิ้งจอกสาวยู่เอ๋อร์
ยู่เอ๋อร์ใน 《ภาพยนต์เรื่องจิ้งจอกหยก》นับว่าไม่ได้เป็นคนที่มีชื่อเสียงในภาพยนต์นี้ และปรากฏตัวเพียงไม่กี่ครั้ง แม้ว่าจะมีผลงานการแสดงน้อย แต่หลายคนก็ยังสัมผัสได้ถึงความเต็มใจที่จะตายของยู่เอ๋อร์เพื่อให้พระเอกและนางเอกสมหวัง ในชาติก่อนนี้ ยู่เอ๋อร์คนนี้รับบทโดยซูเซียงดาราหญิงที่มีชื่อเสียงเรื่องความสวยใสไร้เดียงสา
ถึงแม้ว่าซูเซียงจะได้ถ่ายทอดอารมณ์เศร้าที่บริสุทธิ์ไร้เดียงสาของยู่เอ๋อร์ แล้วได้รับการชื่นชมที่ไม่เลว เรียกน้ำตาจากสาวๆได้มากมาย แต่ก็มีหลายคนที่รู้สึกว่าตอนที่ซูเซียงแสดงเป็นยู่เอ๋อร์มีความเสแสร้งเล็กน้อย แสร้งทำเป็นบริสุทธิ์เล็กน้อย ต่างก็คิดว่ายู่เอ๋อร์ตัวจริงน่าจะไร้เดียงสาและมีเสน่ห์มากกว่านี้ แต่การแสดงที่น่ารักไร้เดียงสานี้มันยากมากที่ตะควบคุมได้ หากน้อยเกินไป ก็จะกลายเป็นปัญญาอ่อน แต่หากระดับความลึกซึ้งไม่เพียงพอ ก็จะกลายเป็นเสแสร้ง
บางที่คนจำนวนมากอาจจะรู้สึกว่าบทบาทที่ใช้อารมณ์อย่างรุนแรงมันเป็นการแสดงที่ยาก แต่ในความเป็นจริงความน่ารักที่ไม่อาจบรรยายได้แบบนี้คือบททดสอบที่สุดของการแสดง ความละเอียดเล็กๆน้อยๆนั้นยากที่จะควบคุมมันได้
เซี่ยอันหรานรีบลุกขึ้นวิ่งไปในห้องน้ำขมวดคิ้วแล้วมองตนเองในกระจก เซี่ยอันหรานคลึงแก้มของตนเองเล็กน้อย มองตนเองที่ซุกซนในกระจก กระพริบๆตา หน้าตาของเธอไม่เลวเลยจริงๆ นับได้ว่าเป็นคนสวยคนหนึ่งเลย แต่เธอยังห่างไกลจากความน่ารักและมีเสน่ห์ ถ้าสามารถอ้วนขึ้นอีกสักหน่อยล่ะก็…..
เซี่ยอันหรานคิดถึงตรงนี้ ก็ยกมือขึ้นโทรไปหาเฉิงเสี่ยวเถียน: "เสี่ยวเถียน คุณเข้ามาเอาขนมขบเคี้ยวมาให้สักหน่อยสิ แล้วก็น้ำหวานด้วย"
"ห๊ะ? วันนี้ไม่ได้จะไปออดิชั่นหรอกหรอ? ทานของเหล่านี้จะทำให้บวมเอาได้นะ ใบหน้าบวมขึ้นมาก็จะไม่สวย….." เฉิงเสี่ยวเถียนไม่รู้ว่าเซี่ยอันหรานคิดอะไรโดยสิ้นเชิง
เซี่ยอันหรานยิ้มแล้วกล่าวว่า: "ไม่เป็นไร หน้าที่อ้วยขึ้นเล็กน้อย มองดูแล้วยิ่งน่ารัก"
"ห๊ะ?" เฉิงเสี่ยวเถียนยังคงไม่เข้าใจความหมายของเซี่ยอันหราน หลังจากลังเลใจอยู่นานจึงตอบรับ: "โอเคร ฉันจะเตรียมให้คุณ รอแปปนึง ตอนที่ฉันไปรับ จะเอาไปด้วย"
เซี่ยอันหรานกำลังเตรียมที่จะวางสาย จู่ๆก็ได้ยินเสียงกู้ลี่ จึงรีบถามว่า: "พี่กู้ลี่เป็นยังไงบ้าง?"
"ไม่เป็นไร พ้นขีดอันตรายแล้ว แต่ไม่สามารถปิดบังนักข่าวได้ ตอนนี้พี่เชี่ยนหรงกำลังยุ่งอยู่กับการรับมือของนักข่าว ดังนั้นวันนั้นจึงไม่สามารถไปเป็นเพื่อนคุณออดิชั่นได้ อันหราน คุณอย่าโกรธนะ……."
พูดพลาง น้ำเสียงของเฉิงเสี่ยวเถียนก็เปลี่ยนเป็นเบิกบานขึ้นมาทันที: "แต่มีข่าวดีเรื่องหนึ่งที่อยากบอกคุณ ตอนนี้คุณอยู่ที่โรงแรมใช่ไหม? ที่นั่นไม่ค่อยมีความเป็นส่วนตัว บริษัทได้จัดการที่พักใหม่ให้กับคุณเป็นพิเศษ เป็นคฤหาสน์หลังหนึ่ง ในเขตที่มีระดับสูง น้อยมากที่นักแสดงใหม่ที่เพิ่งเข้ามาบริษัท จะได้อยู่คฤหาสน์ที่ดีขนาดนั้น คุณโชคดีจริงๆเลย"
แต่เซี่ยอันหรานได้ฟังคำพูดของเฉิงเสี่ยวเถียนแล้ว กลับไม่ปรากฎรอยยิ้มออกมาแม้แต่น้อย เซี่ยอันหรานไม่รู้ว่าคฤหาสน์หลังนี้คือบริษัทจัดเตรียมให้จริงๆ หรือว่าโม่เซ่าเหยียนเป็นคนจัดเตรียมให้? เป็นเพราะว่าโรงแรมไม่ทีความเป็นส่วนตัวจริงๆ จึงจัดการให้เธอมาอยู่คฤหาสน์? หรือว่าเพราะความสะดวกสบายที่โม่เซ่าเหยียนจะเข้ามาหลับนอนกับเธอ จึงจัดการคฤหาสน์นี้ให้?
MANGA DISCUSSION